7 ข้อห้ามเด็ดขาดหลังฉีดปลวก ถ้าไม่อยากให้ยาเสื่อมและบ้านไม่ปลอดภัย

ดำเนินการต่อ

กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ยาเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร บทความนี้จึงรวบรวม 7 ข้อห้ามเด็ดขาด ที่เจ้าของบ้านมักทำพลาดโดยไม่ตั้งใจ เพื่อเป็นเช็กลิสต์ป้องกันบ้านของคุณให้ปลอดภัยและปลอดปลวกอย่างยาวนาน 

เปิดลิสต์ 7 ข้อห้ามทำเด็ดขาด 

หลังจากรู้ถึงความสำคัญของการดูแลบ้านหลังฉีดปลวกกันไปแล้ว หลายคนคงอยากรู้ว่าข้อห้ามที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเปิดลิสต์ 7 ข้อห้ามเด็ดขาดที่ต้องจำให้ขึ้นใจ ถ้าไม่อยากให้บ้านที่เพิ่งปลอดปลวกกลับมาเสี่ยงอีกครั้ง ไปดูกันเลย

1. ห้ามนำดินเข้ามาถมใหม่หรือปลูกต้นไม้ทันที

ห้ามทำความสะอาดพื้น

หลังจากที่บ้านของคุณได้รับการอัดน้ำยาฉีดปลวกไปแล้ว การนำดินจากภายนอกกลับเข้ามาในบ้านเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เหตุผลที่เราไม่ควรนำดินจากภายนอกเข้ามาเนื่องจากจะไปลดประสิทธิภาพของน้ำยากำจัดปลวกที่เพิ่งอัดลงไป น้ำยาฉีดปลวกที่อัดลงดินรอบๆ ฐานรากของบ้านจะสร้างแนวป้องกันสารเคมี (chemical barrier) เพื่อไม่ให้ปลวกสามารถแทรกซึมเข้ามาภายในอาคารได้

หากคุณนำดินจากภายนอกเข้ามาในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นดินที่ติดมากับรองเท้า ต้นไม้ หรืออุปกรณ์ทำสวน แม้ว่าดินที่คุณนำเข้ามาจะดูสะอาด แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ดินเหล่านั้นจะ ปนเปื้อนไข่ปลวก ตัวอ่อนปลวก หรือแม้กระทั่งปลวกตัวเต็มวัย ที่อาจรอดจากการฉีดพ่นน้ำยาในพื้นที่อื่น ๆ หรือปลวกจากรังใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นดินเหล่านั้นอาจไม่มีน้ำยาฉีดปลวกผสมอยู่ หรือมีในปริมาณที่น้อยมาก ซึ่งจะไป รบกวนและลดทอนประสิทธิภาพของแนวป้องกันเดิมที่สร้างไว้ ทำให้ปลวกสามารถหาช่องทางเข้ามาในบ้านได้ง่ายขึ้น

2. ห้ามรดน้ำบริเวณที่ฉีดน้ำยามากเกินไปในช่วงแรก

แม้ว่าน้ำยาฉีดปลวกสมัยใหม่จะออกแบบมาให้ทนทานต่อความชื้นได้ดี แต่การรดน้ำต้นไม้หรือการระบายน้ำทิ้งที่มากเกินไปในบริเวณที่ฉีดน้ำยาในช่วง 2-3 วันแรก อาจทำให้น้ำยาเจือจางหรือถูกชะล้างลงไปในชั้นดินที่ลึกกว่าที่ต้องการ ซึ่งจะลดประสิทธิภาพในการป้องกันปลวกได้ ควรหลีกเลี่ยงการทำให้น้ำท่วมขังบริเวณนั้น และรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะตามปกติ

3. ห้ามใช้เคมีรุนแรงเข้าสู้

สารเคมี

จริงอยู่ที่เราอยากให้บ้านสะอาด แต่การใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรง เช่น กลุ่มที่มีส่วนผสมของสารฟอกขาว  แอมโมเนีย หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเข้มข้น ถือเป็นการทำลายเกราะป้องกันปลวกโดยตรง เพราะสารเคมีในน้ำยาทำความสะอาดเหล่านี้ ถูกออกแบบมาเพื่อสลายคราบและฆ่าเชื้อโรค ซึ่งสามารถทำปฏิกิริยาทางเคมีกับสารกำจัดปลวกได้โดยตรง ทำให้ฤทธิ์ของยาเสื่อมสภาพไป หรืออีกนัยหนึ่งคือ มันจะเข้าไปล้าง หรือลอกฟิล์มเคมีที่เคลือบผิวไว้ออกไปทั้งหมด

ผลลัพธ์ที่ได้คือการเกิดช่องโหว่ในแนวป้องกัน ทำให้บริเวณที่คุณเพิ่งเช็ดถูไปกลายเป็นจุดอ่อนที่ปลวกสามารถกลับเข้ามาสร้างความเสียหายได้อีกครั้ง เหมือนกับว่าเราจ่ายเงินสร้างกำแพงป้องกัน แต่กลับไปทุบกำแพงนั้นทิ้งเอง นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมการใช้เพียงน้ำเปล่าบนผ้าหมาด ๆ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในช่วงแรกหลังการฉีดปลวก เพราะเป็นการทำความสะอาดฝุ่นผงโดยไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเกราะป้องกันที่สำคัญ เพราะน้ำยาทำความสะอาดจะเข้าไปทำลายฤทธิ์ยาและสร้างจุดอ่อนในแนวป้องกันปลวกครับ

4. ห้ามปิดบ้านจนอับทึบ

เหตุผลที่เราห้ามปิดบ้านทิ้งไว้จนอับทึบ เพราะหลังการฉีดพ่น ในอากาศจะยังคงมีละอองสารเคมี และกลิ่นตกค้างอยู่การปิดบ้านเอาไว้มิดชิดในทันที จะทำให้อากาศไม่ถ่ายเท ละอองและกลิ่นเหล่านี้จึงไม่สามารถระบายออกไปไหนได้ และจะ สะสมจนมีความเข้มข้นสูงอยู่ภายในบ้าน การสูดดมอากาศที่มีสารเคมีเข้มข้นเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ วิงเวียนศีรษะ หรือกระตุ้นอาการสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ได้

ดังนั้น การเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อระบายอากาศอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อช่วยให้อากาศใหม่ได้ไหลเวียนเข้ามา เจือจางและพัดพาสารเคมีที่ตกค้างในอากาศออกไป ทำให้บ้านกลับมาอยู่ในสภาวะที่ปลอดภัยสำหรับหายใจได้เร็วขึ้นนั่นเอง  คุณต้องระบายอากาศเพื่อ ลดความเข้มข้นของสารเคมีในอากาศ เพื่อความปลอดภัยของระบบทางเดินหายใจของผู้อยู่อาศัย

5. ห้ามปล่อยให้มีน้ำรั่วซึมหรือความชื้นสะสม

ปลวกชอบความชื้น การมีท่อน้ำรั่วซึม หลังคารั่ว หรือความชื้นสะสมในจุดใดๆ ของบ้าน เช่น ใต้ซิงค์น้ำ ห้องน้ำ หรือบริเวณที่มีการระบายอากาศไม่ดี จะเป็นแหล่งดึงดูดปลวกชั้นดี แม้จะฉีดปลวกไปแล้ว หากมีแหล่งน้ำและความชื้นเหล่านี้ ปลวกก็ยังคงมีโอกาสกลับมาได้ง่าย ดังนั้น หากพบการชำรุดใดๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ควรรีบซ่อมแซมจุดที่รั่วซึมและจัดการระบบระบายน้ำให้ดี 

รวมถึงไม่ควรนำวัสดุที่มีเซลลูโลสมาวางติดกับโครงสร้างบ้าน แม้จะฉีดปลวกไปแล้ว การนำกองไม้ เศษไม้ กระดาษลัง หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าๆ ที่อาจมีปลวกติดอยู่มาวางกองไว้ติดกับผนังบ้าน หรือใต้ชายคาบ้าน จะเป็นการสร้างสะพานให้ปลวกเดินเข้าสู่โครงสร้างบ้านได้ง่ายขึ้น ควรเก็บวัสดุเหล่านี้ให้ห่างจากตัวบ้าน และหมั่นตรวจสอบเป็นประจำ

6. ห้ามปล่อยให้เด็กและสัตว์เลี้ยงเข้าพื้นที่ทันที

ข้อนี้อาจเป็นข้อที่สำคัญและต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษที่สุด เพราะทั้งเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยงคือกลุ่มที่เปราะบางและมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า ด้วยพฤติกรรมตามธรรมชาติ เด็ก ๆ มักจะ คลานหรือนั่งเล่นบนพื้น และมีโอกาส หยิบของเข้าปาก ส่วนสัตว์เลี้ยงก็จะ เดินย่ำบนพื้น แล้วอาจ เลียอุ้งเท้าหรือขนตัวเอง เพื่อทำความสะอาด

พฤติกรรมเหล่านี้เพิ่มโอกาสในการสัมผัสหรือรับสารเคมีที่ตกค้างอยู่บนพื้นเข้าสู่ร่างกายโดยตรงได้ง่ายมาก ประกอบกับร่างกายที่เล็กกว่าและระบบต่าง ๆ ที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้พวกเขาไวต่อสารเคมีมากกว่าผู้ใหญ่

ดังนั้น จึงห้ามปล่อยให้เด็กและสัตว์เลี้ยงเข้ามาในบริเวณที่ฉีดพ่นโดยเด็ดขาด จนกว่าจะพ้นระยะเวลารอคอยที่ปลอดภัย (อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง) และเราได้ทำความสะอาดเบื้องต้นตามวิธีที่ถูกต้องจนพื้นผิวแห้งสนิทเรียบร้อยแล้วเท่านั้น 

7. ห้ามละเลยการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง

ข้อสุดท้ายนี้อาจฟังดูเรียบง่าย แต่เป็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุด หลายคนคิดว่าฉีดปลวกครั้งเดียวแล้วจบ ไม่ต้องดูแลอะไรต่ออีก แต่การฉีดปลวกไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบครั้งเดียวจบหรือสามารถป้องกันได้ตลอดไป การละเลยการตรวจสอบปลวกตามกำหนดเวลาที่บริษัทกำจัดปลวกแนะนำ หรือการไม่ดูแลบำรุงรักษาสภาพแวดล้อมรอบบ้าน อาจทำให้ปัญหาปลวกกลับมาได้อีกครั้ง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัทกำจัดปลวกอย่างเคร่งครัด รวมถึงการทำสัญญาบริการต่อเนื่องหากจำเป็น 

ซึ่งนี่คือความแตกต่างของการเลือกใช้บริการกำจัดปลวกจากผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐานระดับโลกอย่าง Rentokil  เพราะทีมงานของ Rentokil ไม่ได้จบงานแค่การฉีดพ่น แต่เราให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลที่ชัดเจนและครบถ้วนแก่ลูกค้าเสมอ ทั้งชนิดของสารเคมีที่ใช้ ระยะเวลาที่ต้องรออย่างปลอดภัย และข้อควรปฏิบัติเฉพาะสำหรับบ้านของคุณ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ 100% ว่าทุกขั้นตอนจะปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพในการกำจัดปลวกสูงสุด ไม่ต้องเดาสุ่มให้เสี่ยงอีกต่อไป 

หากคุณมีปัญหานี้อยู่ อย่ารอช้า ติดต่อ Rentokil ได้เลย 

ผู้เชี่ยวชาญกำจัดสัตว์รบกวน

หากคุณพบปัญหาสัตว์รบกวนระบาดในพื้นที่ อย่าลังเลที่จะติดต่อเร็นโทคิล เราพร้อมบริการและปกป้องคุณจากอันตรายของสัตว์ที่ไม่ได้รับเชิญ

นัดสำรวจพื้นที่ ฟรี!