ทำความรู้จัก เรียนรู้พฤติกรรมของนกพิราบ

ดำเนินการต่อ

ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คน รถรา และตึกสูงระฟ้า เราคงคุ้นเคยกับภาพนกพิราบสีเทา บินโฉบไปมา หรือเดินเตาะแตะหากินตามท้องถนน ริมทางเท้า หรือสวนสาธารณะ นกพิราบเป็นเพื่อนร่วมเมืองที่อยู่คู่กับมนุษย์มาช้านาน เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเก่ง สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้แม้ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ในขณะเดียวกัน นกพิราบก็ถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่สร้างความรำคาญ ก่อให้เกิดปัญหามลพิษ และเป็นพาหะนำโรค หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญ และมองนกพิราบเพียงแค่ "นกสกปรก" โดยไม่เคยทำความรู้จักกับพฤติกรรมอันน่าทึ่งของพวกมันอย่างแท้จริง

บทความนี้จะพาคุณเรียนรู้เกี่ยวกับนกพิราบทำความรู้จักกับลักษณะ และเรียนรู้พฤติกรรมที่น่าสนใจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการหาอาหาร การอยู่ร่วมกันเป็นฝูง การสื่อสาร การปรับตัว รวมถึงผลกระทบที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เราเข้าใจ และอยู่ร่วมกับนกพิราบได้อย่างสมดุล

พฤติกรรมน่ารู้ของนกพิราบเมือง มากกว่าแค่ "นกสกปรก"

นกพิราบ เป็นนกที่เราพบเห็นได้ทั่วไปตามเมืองใหญ่ อาจดูเหมือนเป็นเพียงนกธรรมดาที่ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ แต่รู้หรือไม่ว่า ภายใต้ขนสีเทาและท่าทางที่ดูเชื่องช้านั้น แฝงไปด้วยพฤติกรรมอันน่าทึ่งมากมาย ที่ช่วยให้พวกมันอยู่รอดและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในเมืองได้อย่างน่าอัศจรรย์ ลองมาทำความรู้จักกับพฤติกรรมน่าสนใจของนกพิราบเมือง ที่อาจทำให้คุณมองพวกมันในมุมมองที่เปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย 

1. ลักษณะภายนอก

แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วเราจะเห็นนกพิราบมีลักษณะคล้าย ๆ กัน แต่จริง ๆ แล้วลักษณะภายนอกของพวกมันมีความหลากหลาย และสามารถบ่งบอกถึงพฤติกรรมบางอย่างได้ ลองมาดูกันครับว่าลักษณะภายนอกของนกพิราบ บอกอะไรเราได้บ้าง

นกพิราบมีขนาดตัวปานกลาง โดยทั่วไปมีความยาวประมาณ 30-37 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 238-380 กรัม ขนาดตัวที่แตกต่างกันอาจบ่งบอกถึงเพศ อายุ หรือสายพันธุ์ เช่น นกพิราบตัวผู้มักมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย ทั้งนี้นกพิราบมีรูปร่างอ้วนป้อม หัวกลม คอสั้น ปีกกว้าง และหางค่อนข้างยาว รูปร่างแบบนี้ช่วยให้พวกมันบินได้คล่องแคล่ว ทั้งในระยะใกล้และระยะไกล

อีกเรื่องที่เราเข้าใจผิดกันก็คือนกพิราบที่เราเห็นทั่วไปมักมีขนสีเทาอมฟ้า แต่จริง ๆ แล้วนกพิราบมีสีขนที่หลากหลาย เช่น สีขาว สีน้ำตาล สีดำ สีแดง หรือมีลวดลายต่าง ๆ สีขนที่แตกต่างกันอาจเกิดจาก สายพันธุ์ การผสมข้ามพันธุ์ หรือสภาพแวดล้อม และนกพิราบส่วนใหญ่จะมีแถบสีดำสองแถบบนปีกแต่ละข้าง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่ช่วยในการระบุชนิด

ในส่วนอื่น ๆ จะมีขาและเท้าสีแดง มีเล็บแหลมคม ที่ช่วยในการเกาะเกี่ยว เดินบนพื้นผิวขรุขระ และเกาะกิ่งไม้ มีจะงอยปากสั้น แข็งแรง ใช้สำหรับจิกกินอาหาร เช่น เมล็ดพืช ผลไม้ และแมลง และมีดวงตาสีแดงหรือสีส้ม มองเห็นได้ดีทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน แม้จะมองเห็นสีได้ไม่ดีเท่ามนุษย์ แต่ก็สามารถแยกแยะสีต่าง ๆ ได้ 

2. การหาอาหาร

การหาอาหารเป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่สำคัญต่อการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด รวมถึงนกพิราบด้วย แม้ว่าเราจะคุ้นเคยกับภาพนกพิราบเดินจิกกินอาหารตามพื้น แต่ความจริงแล้วพฤติกรรมการหาอาหารของพวกมันซับซ้อนกว่านั้น และมีหลายแง่มุมที่น่าสนใจ 

โดยนกพิราบเป็นนกกินเมล็ดพืช อาหารหลักของพวกมันคือ เมล็ดธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่ว และนอกจากเมล็ดพืชแล้ว นกพิราบยังกินอาหารอื่น ๆ ได้หลากหลาย เช่น

  • ผลไม้
  • แมลง (เช่น หนอน แมลงตัวเล็กๆ)
  • เศษอาหาร (เช่น ขนมปัง เศษอาหารที่มนุษย์ทิ้ง)
  • อาหารนก (เช่น เมล็ดทานตะวัน)

นกพิราบจะใช้สายตาที่แหลมคมในการมองหาอาหาร พวกมันสามารถมองเห็นเมล็ดพืชเล็ก ๆ หรือแมลงที่เคลื่อนไหวได้จากระยะไกล รวมไปถึงใช้จะงอยปากที่แข็งแรงจิกกินอาหาร พวกมันสามารถจิกกินเมล็ดพืชที่แข็ง หรือแม้แต่แกะเปลือกผลไม้ได้ และมักหาอาหารและกินอาหารร่วมกันเป็นฝูง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการหาอาหาร และช่วยให้ปลอดภัยจากศัตรู

สำหรับในเมือง นกพิราบต้องปรับตัวกินอาหารที่หลากหลายมากขึ้น เนื่องจากแหล่งอาหารตามธรรมชาติมีจำกัด พวกมันจึงกินเศษอาหารที่มนุษย์ทิ้ง อาหารนก หรือแม้แต่อาหารขยะ ทั้งยังสามารถหาอาหารได้ในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น สวนสาธารณะ ตลาด ริมถนน ถังขยะ และมีความสามารถในการเรียนรู้ พวกมันสามารถจดจำแหล่งอาหาร และเวลาที่มนุษย์ให้อาหารได้

พฤติกรรมการกินอาหารที่น่าสนใจของพวกมันก็คือ สามารถสะสมอาหารไว้ในกระเพาะพัก เพื่อนำไปป้อนลูกนก หรือกินในภายหลัง และสามารถดูดน้ำเข้าปากได้โดยตรง ไม่เหมือนนกชนิดอื่น ๆ ที่ต้องแหงนหัวขึ้นเพื่อให้น้ำไหลลงคอ รวมไปถึงเลือกกินอาหารที่ชอบ หรืออาหารที่มีประโยชน์มากกว่า

แหล่งที่อยู่นกพิราบ

3. แหล่งที่อยู่

การเลือกแหล่งที่อยู่เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่สำคัญของนกพิราบ ซึ่งสัมพันธ์กับการอยู่รอด การหาอาหาร และการเลี้ยงลูก โดยธรรมชาติแล้ว นกพิราบมักอาศัยอยู่ตามหน้าผา แต่เมื่อพวกมันเข้ามาอยู่ในเมือง ก็ต้องปรับตัวเลือกแหล่งที่อยู่ใหม่ ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในเมือง

แหล่งที่อยู่อาศัยของนกพิราบในเมือง มักเลือกอาศัยอยู่ตามซอกหลืบของอาคารสูง เช่น ชายคา ขอบหน้าต่าง ช่องระบายอากาศ เพราะมีความปลอดภัยจากศัตรู และมีอุณหภูมิที่เหมาะสม ทั้งนี้ใต้สะพานเป็นอีกหนึ่งแหล่งที่อยู่ยอดนิยมของนกพิราบ เพราะมีพื้นที่หลบซ่อน และมีมูลนกสะสมอยู่ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของแมลง ที่นกพิราบกินเป็นอาหารเสริม

นกพิราบมักอาศัยอยู่ตามต้นไม้ หรือพื้นที่โล่งในสวนสาธารณะ เพราะมีแหล่งอาหาร และมีพื้นที่สำหรับพักผ่อน และหาคู่ผสมพันธุ์ และแน่นอนว่าวัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ผู้คนมักให้อาหารนกพิราบ จึงเป็นแหล่งอาหาร และแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของนกพิราบในเมืองเช่นกัน  รวมไปถึงอาจเลือกทำรังตามหลังคาบ้าน ชายคา หรือรางน้ำ ซึ่งอาจสร้างความรำคาญให้กับเจ้าของบ้านได้

ที่สำคัญนกพิราบจะเลือกแหล่งที่อยู่ที่ปลอดภัยจากศัตรู เช่น แมว สุนัข และนกนักล่า และชอบอาศัยอยู่ในที่อบอุ่น และมีอุณหภูมิที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว เลือกแหล่งที่อยู่ใกล้แหล่งอาหาร เช่น ตลาด ร้านอาหาร หรือที่ทิ้งขยะ

นกพิราบบินเกาะกลุ่ม

4. นิสัยการบินเป็นกลุ่ม

การบินเป็นฝูงเป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในนกหลายชนิด รวมถึงนกพิราบด้วย ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่มีกลไกและ มีประโยชน์ต่อการอยู่รอดของพวกมัน ลองมาดูกันครับว่า การบินเป็นฝูงของนกพิราบมีลักษณะอย่างไร และมีข้อดีอย่างไรบ้าง

โดยฝูงนกพิราบอาจมีจำนวนตั้งแต่ ไม่กี่ตัว ไปจนถึง หลายร้อยตัว ขึ้นอยู่กับ แหล่งอาหาร ฤดูกาล และปัจจัยอื่น ๆ และจะบินอย่างเป็นระเบียบ โดยรักษาระยะห่างกันพอสมควร และบินในทิศทางเดียวกัน บางครั้งอาจบินวนเป็นวงกลม หรือบินขึ้นลงเป็นจังหวะ เมื่อนกพิราบตัวใดตัวหนึ่งในฝูงเปลี่ยนทิศทาง นกตัวอื่น ๆ จะเปลี่ยนทิศทางตามอย่างรวดเร็ว ทำให้ฝูงนกสามารถเคลื่อนที่ไปพร้อม ๆ กันได้ ทั้งนี้นกพิราบแต่ละตัวจะมีตำแหน่งในฝูง โดยนกตัวที่แข็งแรง หรือมีประสบการณ์มากกว่า มักจะบินนำหน้า ส่วนนกตัวที่อ่อนแอกว่า จะบินตามหลัง

ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า การบินเป็นฝูงของนกพิราบ เกิดจากนกพิราบใช้สายตาในการมอง และเลียนแบบทิศทางการบินของนกตัวอื่นๆ ในฝูง และใช้เสียง ในการสื่อสาร และประสานการบินกับนกตัวอื่น ๆ ในฝูง รวมไปถึงมีสัญชาตญาณการอยู่รวมกันเป็นฝูง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

5. การผสมพันธุ์

การผสมพันธุ์ของนกพิราบเป็นกระบวนการที่น่าสนใจ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงเผ่าพันธุ์ของพวกมัน การศึกษาพฤติกรรมการผสมพันธุ์ ช่วยให้เราเข้าใจ และชื่นชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ รวมถึง นำความรู้ไปใช้ในการจัดการประชากรนกพิราบ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับมนุษย์ ลองมาดูรายละเอียดกันครับ

โดยนกพิราบสามารถผสมพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่ผสมพันธุ์มากที่สุดคือ ช่วงต้นฤดูฝน (ประมาณเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน) และช่วงปลายฤดูฝน (ประมาณเดือนกันยายน - ตุลาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศอบอุ่น และมีอาหารอุดมสมบูรณ์ ทั้งนี้นกพิราบเป็นสัตว์ที่จับคู่แบบ "ผัวเดียวเมียเดียว"  คือ จะจับคู่กับนกพิราบเพียงตัวเดียว และอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต แม้ว่าคู่ของมันจะตายไป ก็อาจจะไม่จับคู่ใหม่

ในการเลือกคู่ นกพิราบตัวผู้จะแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ เพื่อดึงดูดตัวเมีย เช่น

  • การไซร้ขน เพื่อทำความสะอาด และจัดแต่งขนให้ดูสวยงาม
  • การกางปีก และหาง เพื่อโชว์ความแข็งแรง และความสวยงาม
  • การร้องเพลง เพื่อสื่อสาร และดึงดูดความสนใจ
  • การบินวนรอบตัวเมีย เพื่อแสดงความสนใจ และความแข็งแรง

นกพิราบตัวเมียจะเลือกคู่ จากลักษณะภายนอก เช่น สีขน ขนาดตัว และพฤติกรรม เช่น ความแข็งแรง และความเอาใจใส่ เมื่อจับคู่กันแล้ว นกพิราบตัวผู้ และตัวเมียจะช่วยกันสร้างรัง โดยใช้วัสดุต่าง ๆ เช่น กิ่งไม้ ใบหญ้า เศษผ้า เศษกระดาษ และสร้างรังตามซอกหลืบของอาคาร เช่น ชายคา ขอบหน้าต่าง ช่องระบายอากาศ หรือตามต้นไม้ เพื่อความปลอดภัย และป้องกันลูกนกจากสภาพอากาศ และศัตรู 

ส่วนการวางไข่ ตัวเมียจะวางไข่ ครั้งละ 1-2 ฟอง ไข่มีสีขาว และมีขนาดเล็ก นกพิราบตัวผู้ และตัวเมียจะผลัดกันกกไข่ ใช้เวลาฟักไข่ประมาณ 18 วัน ลูกนกพิราบแรกเกิด จะยังไม่มีขน ตาบอด และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พ่อแม่นกจะช่วยกันเลี้ยงลูก โดยป้อน "นมนก" ซึ่งเป็นของเหลว ที่ผลิตจากต่อมน้ำนม ในกระเพาะพักของพ่อแม่นก สุดท้ายแล้วลูกนกจะอยู่ในรังประมาณ 30 วัน จึงจะบินได้ และออกจากรัง

สุดท้ายแล้ว นกพิราบ แม้จะเป็นเพียงนกตัวเล็ก ๆ ที่เราพบเห็นจนชินตา แต่ก็มีพฤติกรรมอันน่าทึ่ง ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูธรรมดา การทำความเข้าใจพฤติกรรมของพวกมัน ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล แต่ยังช่วยให้เราจัดการปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นอย่างตรงจุด Rentokil คือคำตอบที่คุณวางใจได้ ด้วยประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ เราพร้อมช่วยคุณดูแล และป้องกันปัญหาจากนกพิราบ เพื่อให้คุณ ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย ไร้กังวล ติดต่อเราเลย

ผู้เชี่ยวชาญกำจัดสัตว์รบกวน

หากคุณพบปัญหาสัตว์รบกวนระบาดในพื้นที่ อย่าลังเลที่จะติดต่อเร็นโทคิล เราพร้อมบริการและปกป้องคุณจากอันตรายของสัตว์ที่ไม่ได้รับเชิญ

นัดสำรวจพื้นที่ ฟรี!