ผู้เชี่ยวชาญกำจัดสัตว์รบกวน
หากคุณพบปัญหาสัตว์รบกวนระบาดในพื้นที่ อย่าลังเลที่จะติดต่อเร็นโทคิล เราพร้อมบริการและปกป้องคุณจากอันตรายของสัตว์ที่ไม่ได้รับเชิญ
เคยไหม? เดินเข้าบ้าน หรือเปิดตู้เก็บของทีไร มักจะได้กลิ่นเหม็นฉุนเตะจมูกคล้ายแอมโมเนียลอยมาตามอากาศ กลิ่นอับที่ชวนเวียนหัวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องกวนใจ แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่าพื้นที่ในบ้านของคุณกำลังมี "หนู" เข้ามาอยู่อาศัยและทิ้งสิ่งสกปรกเอาไว้
หลายคนเมื่อเจอปัญหานี้คงกำลังตั้งคำถามด้วยความกังวลว่า สรุปแล้ว กลิ่นฉี่หนูอันตรายมั้ย และหากต้องการจัดการปัญหานี้อย่างถูกต้อง กลิ่นฉี่หนูแก้ยังไง ถึงจะช่วยลดกลิ่นสาบและปลอดภัยที่สุด วันนี้ Rentokil จะพาคุณไปเจาะลึกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ กลิ่นฉี่หนู พร้อมแชร์วิธีรับมืออย่างถูกต้องตามหลักสุขอนามัย เพื่อทวงคืนอากาศที่สะอาดและปลอดภัยให้กับทุกคนในครอบครัว
หลายคนอาจจะเคยได้กลิ่นเหม็นอับในบ้าน แต่ไม่แน่ใจว่าใช่กลิ่นของหนูหรือไม่ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดสัตว์รบกวน เรารวบรวมลักษณะเด่น ของ กลิ่นฉี่หนู ให้คุณลองสังเกตและประเมินสถานการณ์เบื้องต้นดูกันได้เลย
กลิ่นฉี่ของหนูนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ค่อนข้างรุนแรงกว่ากลิ่นอับทั่วไป โดยจะมีลักษณะเป็น กลิ่นฉุนจัดคล้ายกับแอมโมเนีย (Ammonia) ผสมเข้ากับกลิ่นเหม็นสาบสัตว์ สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะในฉี่หนูมีปริมาณยูเรียและไนโตรเจนที่เข้มข้นสูงมาก เมื่อปล่อยทิ้งไว้ให้สัมผัสกับอากาศ จะเกิดการสลายตัวและปล่อยก๊าซแอมโมเนียสุดฉุนออกมาเตะจมูกเรานั่นเอง
ยิ่งถ้าหนูแอบไปฉี่ทิ้งไว้จนแห้งกรัง และหมักหมมสะสมอยู่ในจุดที่อับอากาศ เช่น บนฝ้าเพดาน ซอกตู้เก็บของ หรือหลังตู้เย็น ซึ่งเป็นจุดที่มีอุณหภูมิอุ่นและไม่มีอากาศถ่ายเท กลิ่นฉุนของแอมโมเนียจะยิ่งทวีความรุนแรง หมักหมมจนกลายเป็นกลิ่นเหม็นเอียน และสามารถลอยกระจายไปตามระบบระบายอากาศ จนทำให้พื้นที่บริเวณนั้นมีกลิ่นเหม็นสาบตลอดเวลาจนแทบอยู่ไม่ได้เลย
หากคุณกำลังคิดว่า "เหม็นนิดหน่อย ทนดมไปเดี๋ยวจมูกก็ชิน" เราขอเบรกความคิดนั้นไว้ตรงนี้เลย ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัย ขอแนะนำว่าไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะกลิ่นฉี่หนูเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก เนื่องจากละอองและอนุภาคขนาดเล็กจากสิ่งขับถ่ายของหนูสามารถปะปนในอากาศ และส่งผลกระทบต่อร่างกายผ่านการหายใจได้ ดังนี้
หมายเหตุ ข้อมูลข้างต้นนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอันตรายจากสัตว์รบกวนเท่านั้น หากคุณหรือบุคคลในครอบครัวมีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจ หรือสงสัยว่าได้รับเชื้อจากการสูดดมละอองจากหนู โปรดไปพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องทันที
ขอขอบคุณข้อมูลจาก CDC (Centers for Disease Control and Prevention - ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐอเมริกา)
เมื่อได้กลิ่นกลิ่นเหม็นสาบ สัญชาตญาณแรกของหลายคนคือการใช้สเปรย์ปรับอากาศมาฉีดพ่น หรือหาซื้อลูกเหม็นและการบูรมาวางซุกไว้ตามมุมอับเพื่อหวังจะดับกลิ่นแต่วิธีนี้อาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีเท่าที่ควร
การใช้น้ำหอมปรับอากาศที่มีกลิ่นฉุนไปฉีดทับกลิ่นฉี่หนู ไม่ได้ช่วยสลายโมเลกุลของกลิ่นเหม็นให้หายไป แต่เป็นการกลบกลิ่นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ซ้ำร้าย เมื่อกลิ่นความหอมของสเปรย์ลอยไปผสมคลุกเคล้ากับก๊าซแอมโมเนียสุดฉุนของฉี่หนู มันจะตีกันจนกลายเป็นกลิ่นใหม่ที่เหม็นเอียน ชวนให้เวียนหัวและคลื่นไส้ยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ที่สำคัญ การทำแบบนี้ไม่ได้ช่วยกำจัดตัวการที่ปล่อยเชื้อโรคแต่อย่างใด แถมยังทำให้คุณภาพอากาศในบ้านของคุณแย่ลงกว่าเดิม เพราะคุณและคนในครอบครัวกำลังสูดดมทั้งละอองสารเคมีปรับอากาศและละอองแบคทีเรียจากหนูเข้าไปพร้อม ๆ กัน
เมื่อคุณเข้าใจถึงอันตรายที่แฝงมากับอากาศแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการลงมือจัดการการทำความสะอาดคราบฉี่หนูนั้นไม่เหมือนกับการเช็ดคราบสกปรกทั่วไป มาดูกันว่า กลิ่นฉี่หนูแก้ยังไง ให้ถูกต้องและปลอดภัยต่อปอดของคุณมากที่สุด
1. สวมอุปกรณ์ป้องกันก่อนเสมอ
ก่อนที่จะเริ่มหยิบไม้ถูพื้น กฎเหล็กข้อแรกคือการป้องกันตัวเอง แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐาน (เช่น N95 ที่สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กได้) และสวมถุงมือยางทุกครั้ง เพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อโรคโดยตรง และป้องกันการสูดดมละอองไวรัสที่อาจฟุ้งกระจายขึ้นมาในอากาศขณะที่เรากำลังทำความสะอาด
2. ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ
หลีกเลี่ยงการใช้น้ำเปล่าเช็ดแต่ควรเลือกใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค หรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของ "เอนไซม์" ที่สามารถย่อยสลายคราบโปรตีนและยูเรียฝังลึกได้ โดยให้ฉีดพ่นน้ำยาทิ้งไว้บริเวณที่มีกลิ่นสักพัก เพื่อให้สารทำปฏิกิริยาสลายคราบ แล้วจึงค่อยใช้กระดาษชำระหรือผ้าเปียกเช็ดออก (แนะนำให้ทิ้งผ้าหรือกระดาษนั้นทันทีหลังใช้งาน)
3. กำจัดที่ต้นตอ ไล่หนูออกจากบ้าน
คุณอาจจะทำความสะอาดจนพื้นเงาวับและหอมฟุ้งแค่ไหน แต่ถ้าหนูที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นยังแอบซ่อนตัวอยู่ กลิ่นเหม็นนี้ก็ไม่มีวันหายไป ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือการจัดการที่ต้นตอ คุณต้องหาทางอุดรอยรั่ว ปิดช่องทางเข้าออก เก็บแหล่งอาหารให้มิดชิด และจัดการลดประชากรหนูอย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อไม่ให้พวกมันกลับมาฉี่ทิ้งไว้และสร้างอาณาจักรเชื้อโรคในบ้านคุณได้อีก
การแก้ปัญหาหนูในบ้านให้หายขาด ไม่ใช่แค่การซื้อกรงหรือวางกับดักจับหนูแล้วจบไป เพราะนั่นเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ที่ Rentokil เราเข้าใจพฤติกรรมของสัตว์รบกวนอย่างลึกซึ้ง จึงออกแบบบริการ จัดการหนูแบบบูรณาการ เพื่อดูแลและแก้ปัญหาให้คุณแบบครบวงจร:
หยุดเสี่ยงกับการสูดดมเชื้อโรคที่ลอยอยู่ในอากาศ แล้วปล่อยให้การดูแลบ้านเป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ ตัดวงจรหนูและสลายเชื้อโรคหมักหมมอย่างตรงจุด ด้วยบริการกำจัดหนูและพ่นฆ่าเชื้อจาก Rentokil ประเทศไทย