ข้อควรระวังในการกำจัดแมลงวัน

ใครบ้างจะทนไหวกับกองทัพแมลงวันบินว่อน ตอมอาหาร ตอมขยะ แถมยังส่งเสียงหึ่ง ๆ รบกวนใจ ยิ่งกว่านั้น เจ้าแมลงวันตัวจิ๋วพวกนี้ ดันเป็นพาหะนำโรคตัวฉกาจ เสี่ยงต่อสุขภาพของทุกคนในบ้านอีกด้วย หลายคนคงอยากจะกำจัดแมลงวันให้สิ้นซากโดยเร็ว แต่รู้ไหมว่า "การกำจัดแมลงวัน" ก็มีหลุมพรางที่ต้องระวัง ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีอันตราย กับดักที่อาจเป็นภัย หรือแม้แต่วิธีธรรมชาติที่ต้องใช้อย่างถูกวิธี

บทความนี้จะพาคุณไปไขข้องใจเกี่ยวกับข้อควรระวังในการกำจัดแมลงวัน พร้อมเปิดโปงอันตรายแอบแฝง และเผยเคล็ดลับ "กำจัดแมลงวันอย่างปลอดภัย" เพื่อปกป้องคนที่คุณรัก และรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน

ข้อควรระวัง และผลกระทบในการกำจัดแมลงวัน

การกำจัดแมลงวันนั้น ต้องทำอย่างระมัดระวัง ไม่เช่นนั้น แทนที่จะกำจัดแค่แมลงวัน อาจกลายเป็นการทำร้ายตัวเอง คนในครอบครัว และสิ่งแวดล้อมโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ คุณเคยสงสัยไหมว่า สเปรย์ฆ่าแมลงที่ฉีด กับดักแมลงวันที่วาง หรือแม้แต่วิธีธรรมชาติที่ใช้ มีอันตรายแอบแฝงอะไรบ้าง? แล้วเราจะป้องกันตัวเองจากผลกระทบเหล่านั้นได้อย่างไร? ติดตามกันได้เลย

1. วิธีแบบธรรมชาติ

ถึงแม้การกำจัดแมลงวันแบบธรรมชาติจะดูปลอดภัย ไร้สารเคมี แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีผลข้างเคียง มาดูกันแบบละเอียดๆ เลยว่ามีอะไรบ้าง จะได้ระวังตัวกันถูก

  • อาการแพ้และระคายเคือง

การสัมผัสสมุนไพรบางชนิด เช่น ตะไคร้หอม ใบสะระแหน่โดยตรง หรือสัมผัสกับน้ำมันหอมระเหย อาจทำให้เกิดผื่นแดง คัน แสบร้อน หรือบวม ในคนที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย ทั้งนี้กลิ่นของสมุนไพรบางชนิด เช่น การบูร อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก หายใจลำบาก โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคหอบหืด หรือภูมิแพ้ รวมไปถึงอาจทำให้เกิดการระคายเคืองดวงตาได้ เช่น แสบตา น้ำตาไหล ตาแดง หากเข้าตาโดยบังเอิญ

สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ก็คือเด็กเล็กนั่นเอง เพราะผิวหนังของเด็กบอบบางกว่าผู้ใหญ่ จึงมีโอกาสเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงการใช้สมุนไพรโดยตรงบนผิวเด็ก และสตรีมีครรภ์ คุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้สมุนไพร เนื่องจากบางชนิดอาจมีผลต่อฮอร์โมน หรือส่งผลต่อการตั้งครรภ์ได้

นอกจากนี้ผู้สูงอายุก็อยู่ในขอบข่ายเดียวกัน เพราะด้วยผิวที่มักมีผิวแห้ง และระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง จึงอาจเกิดการระคายเคืองได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ดังนั้นขอย้ำเลยว่าปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง

  • เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง

พืชบางชนิดที่ใช้ไล่แมลงวัน เช่น ต้นดาวเรือง มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว หากสัตว์เลี้ยงกินเข้าไป อาจทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย น้ำลายไหล หายใจลำบาก ชัก หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ และตัวน้ำมันหอมระเหยบางชนิด เช่น น้ำมันตะไคร้หอม อาจเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะแมว ซึ่งมีระบบเผาผลาญที่แตกต่างจากสุนัข ทำให้ไม่สามารถกำจัดสารพิษในน้ำมันหอมระเหยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจทำให้เกิดอาการ อาเจียน ท้องเสีย เซื่องซึม หรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจ

ฉะนั้นแล้ว ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพืช และน้ำมันหอมระเหยก่อนนำมาใช้ เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง วางพืช และน้ำมันหอมระเหยให้พ้นจากการเข้าถึงของสัตว์เลี้ยง สุดท้ายแล้วหากพบว่าสัตว์เลี้ยงมีอาการผิดปกติ หลังจากสัมผัส หรือกินพืช หรือน้ำมันหอมระเหย ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

  • ประสิทธิภาพในการไล่แมลง

ประสิทธิภาพในการไล่แมลงวัน ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสาร หรือกลิ่น ในสมุนไพรที่ใช้ และการใช้สมุนไพรในปริมาณน้อยเกินไป อาจไม่ได้ผลในการไล่แมลง รวมไปถึงกลิ่นของสมุนไพร อาจจางหายไปตามกาลเวลา จึงต้องเปลี่ยน หรือเติมสมุนไพรใหม่เป็นระยะ

นอกจากนี้ รู้หรือไม่ว่าแมลงวันบางชนิด อาจไม่ไวต่อกลิ่นของสมุนไพรบางชนิด จนไปถึงปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ลม อาจมีผลต่อประสิทธิภาพในการไล่แมลงทั้งหมดเลย 

  • กลิ่นฉุน

สมุนไพรบางชนิด เช่น กระเทียม มีกลิ่นฉุนมาก ๆ  ซึ่งอาจรบกวน หรือทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายได้ ผู้ที่มีอาการแพ้ หรือมีความไวต่อกลิ่น อาจมีอาการ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือหายใจไม่ออก เมื่อได้กลิ่นสมุนไพรบางชนิด และอาจกระจายไปทั่วบริเวณ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างได้

เราจึงอยากแนะนำว่าให้เลือกใช้สมุนไพรที่มีกลิ่นอ่อน ๆ หรือกลิ่นที่ยอมรับได้ ใช้สมุนไพรในปริมาณที่พอเหมาะ และระบายอากาศให้ถ่ายเท เพื่อลดกลิ่นฉุน รวมไปถึงปรึกษาคนรอบข้าง ก่อนนำสมุนไพรมาใช้

2. การใช้สารเคมี

สารเคมีกำจัดแมลงวัน

แม้สารเคมีจะกำจัดแมลงวันได้ผลรวดเร็วทันใจ แต่ก็มาพร้อมกับผลกระทบที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้ไม่ถูกวิธี มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

  • ผลกระทบต่อสุขภาพ

การสูดดมสารเคมี เช่น สเปรย์ฆ่าแมลง อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม น้ำมูกไหล หายใจลำบาก หรือมีอาการแพ้ เช่น ผื่นคัน หายใจไม่ออก ในรายที่รุนแรง อาจทำให้เกิดโรคหอบหืด หรือปอดอักเสบได้ และการสัมผัสสารเคมีโดยตรง อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง เช่น ผื่นแดง คัน แสบร้อน หรือผิวหนังแห้งแตก

รวมไปถึงสารเคมีที่เข้าตา อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง เช่น แสบตา น้ำตาไหล ตาแดง หรืออาจทำให้เกิดการอักเสบของดวงตาได้ และอาจส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หรือในรายที่รุนแรง อาจทำให้เกิดอาการชัก หรือหมดสติได้

รุนแรงสุดคือระบบภูมิคุ้มกันของเราเอง เพราะการสัมผัสสารเคมีเป็นเวลานาน อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

  • ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สารเคมีที่ระเหย หรือฟุ้งกระจายในอากาศ อาจทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ และสุขภาพของคนในชุมชน และตัวสารเคมีที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำ อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ เช่น ปลา กุ้ง และพืชน้ำได้ ฉะนั้นก่อนใช้ ควรวัดน้ำหนักให้ดี ๆ ว่า มันได้คุ้มเสียหรือไม่ 

  • การดื้อยาของแมลง

การใช้สารเคมีชนิดเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ย่อมทำให้แมลงวัน เกิดการดื้อยา และสารเคมีนั้นอาจไม่ได้ผลในการกำจัดแมลงอีกต่อไป

สำหรับข้อควรปฏิบัติเพื่อลดผลกระทบ เราแนะนำให้เลือกใช้สารเคมีที่มีความเป็นพิษต่ำ และย่อยสลายได้ง่ายในธรรมชาติ ก่อนใช้สารเคมี ควรอ่านฉลากและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และไม่ควรใช้สารเคมีมากเกินความจำเป็น 

เราจึงอยากแนะนำวิธีกำจัดแมลงวันตั้งแต่ต้นน้ำ ก็คือการรักษาความสะอาดและสุขาภิบาลที่ดี ซึ่งเป็นเหมือน "หัวใจสำคัญ" ของการควบคุมแมลงวัน เพราะแมลงวันมักถูกดึงดูดโดยสิ่งสกปรก และแหล่งอาหาร ดังนั้น การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ และตัดวงจรชีวิตของแมลงวัน จึงเป็นวิธีที่ยั่งยืนและได้ผลที่สุด ลองนึกภาพดู ต่อให้เราใช้สารเคมี หรือกับดัก กำจัดแมลงวันไปมากแค่ไหน แต่ถ้าบ้านยังสกปรก มีเศษอาหาร ขยะ หรือแหล่งน้ำขัง แมลงวันก็จะยังคงวนเวียนกลับมา สร้างปัญหาไม่จบสิ้น 

วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ทิ้งขยะในถังที่มีฝาปิดมิดชิด และนำขยะไปทิ้งเป็นประจำทุกวัน อย่าปล่อยให้ขยะหมักหมม เพราะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของแมลงวัน เช็ดทำความสะอาดคราบอาหาร เศษอาหาร และของเหลวที่หก โดยเฉพาะบริเวณเตา อ่างล้างจาน และพื้น อย่าลืมทำความสะอาดถังขยะ และท่อน้ำทิ้งในครัวด้วย เพราะแมลงวันชอบวางไข่บนอินทรีย์วัตถุ เนื้อสัตว์ที่เน่า และอย่าลืมเก็บอาหาร โดยเฉพาะอาหารสด ผลไม้ และขนม ในภาชนะที่มีฝาปิด หรือในตู้เย็น เพื่อป้องกันแมลงวันตอม

อย่าลืมล้างจานทันทีหลังรับประทานอาหาร อย่าปล่อยให้จานชามสกปรก วางทิ้งไว้ เพราะจะดึงดูดแมลงวัน ทำความสะอาดห้องน้ำ โถส้วม และท่อน้ำทิ้ง อย่างสม่ำเสมอ

ที่สำคัญคือทำความสะอาดกรง และภาชนะใส่อาหารของสัตว์เลี้ยง เป็นประจำ และเก็บมูลสัตว์เลี้ยงให้เรียบร้อย เพราะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวันชั้นดีเลย เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถลดจำนวนแมลงวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้บ้านสะอาด ปราศจากแมลงวัน และลดความเสี่ยงต่อโรคภัยต่าง ๆ ได้อีกด้วย 

และถ้าหากว่าแมลงวันมารบกวนใจจนคุณไม่รู้ว่าจะแก้ยังไงแล้ว เราอยากให้คุณหมดกังวลเรื่องแมลงวันกวนใจ แถมปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ด้วยบริการจากมืออาชีพโดยผู้เชี่ยวชาญของ Rentokil จะเข้าสำรวจพื้นที่ของคุณ พร้อมแนะนำวิธีการและรูปแบบบริการกำจัดแมลงวันที่เหมาะสมอาจประกอบด้วยหนึ่งข้อ หรือหลายข้อเหล่านี้รวมกัน ได้แก่ การจัดเก็บสิ่งของ จัดการด้านสุขาภิบาลและสุขอนามัย การฉีดพ่นละอองฝอยหรือพ่นหมอกควันด้วยสารเคมีประสิทธิภาพสูง การใช้กับดักแมลงวัน ที่เป็นวิธีธรรมชาติ ไม่ต้องเสียบปลั๊กหรือสเปรย์เคมี และเครื่องดักแมลงวันด้วยแสงไฟ (Insect light trap) เมื่อปฏิบัติร่วมกับหลักการสำคัญของการป้องกัน-กำจัดแมลงและสัตว์รบกวน (PEST) จะช่วยปกป้องธุรกิจของคุณจากแมลงวันได้ในระยะยาว

ใช้บริการควบคุม-ป้องกันแมลงวันกับ Rentokil มั่นใจ ปลอดภัย หายห่วง ติดต่อเราเลย

ผู้เชี่ยวชาญกำจัดสัตว์รบกวน

หากคุณพบปัญหาสัตว์รบกวนระบาดในพื้นที่ อย่าลังเลที่จะติดต่อเร็นโทคิล เราพร้อมบริการและปกป้องคุณจากอันตรายของสัตว์ที่ไม่ได้รับเชิญ

นัดสำรวจพื้นที่ ฟรี!