© 2026 Rentokil Initial plc โดยอยู่ภายใต้บังคับเงื่อนไขและข้อจำกัดของ กฎหมายกำหนด.
เชื่อว่าหลาย ๆ บ้านคงเคยเจอปัญหาเจ้าหนูตัวร้าย ที่เข้ามาก่อกวน สร้างความเสียหายให้กับข้าวของ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า สายไฟ หรือเฟอร์นิเจอร์ แถมยังทิ้งร่องรอยมูลและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ไว้ให้ดูต่างหน้า นอกจากความรำคาญใจแล้ว หนูยังเป็นพาหะนำโรคอันตรายต่าง ๆ มาสู่คนในบ้านอีกด้วย
เพื่อสุขอนามัยที่ดีของทุกคนในครอบครัว การกำจัดหนูจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม! บทความนี้ได้รวบรวมเคล็ดลับง่าย ๆ ในการกำจัดหนูภายในบ้าน ที่คุณสามารถลงมือทำเองได้ทันที รับรองว่าได้ผล ปลอดภัย ไล่หนูหายเกลี้ยงแน่นอน
หนูน้อยตัวนิด พิษสงรอบตัว อย่าปล่อยให้ขนาดตัวเล็ก ๆ ของมันมาหลอกตาเชียว เพราะหนูเป็นสัตว์ที่ฉลาด แถมยังปรับตัวเก่งสุด ๆ รู้ตัวอีกที เจ้าหนูก็อาจยึดครองบ้านของคุณไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนจะประกาศสงครามไล่หนู เราต้องรู้จักศัตรูตัวฉกาจให้ดีเสียก่อน มาส่องพฤติกรรมของเจ้าหนูกันว่ามันชอบอาศัยอยู่ที่ไหน กินอะไรเป็นอาหาร และมีพฤติกรรมอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าบ้านของคุณกำลังถูกยึดครอง
การที่หนูเข้ามาในบ้าน ก็เป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมการเอาตัวรอดของมันนั่นเอง โดยทั่วไปแล้ว หนูจะเข้ามาในบ้านของเราด้วยสาเหตุหลัก ๆ คือหาแหล่งอาหารนั่นเอง เพราะหนูเป็นสัตว์ที่หากินเก่ง และบ้านของเราก็เปรียบเสมือนแหล่งอาหารชั้นดีสำหรับพวกมันเลย ไม่ว่าจะเป็นเพียงแค่เศษขนมปัง เศษข้าว หรืออาหารที่ตกหล่น หนูก็สามารถกินได้ อาหารแห้ง ธัญพืช หรือแม้แต่อาหารสัตว์เลี้ยง หากเก็บไม่มิดชิดในภาชนะที่ปิดสนิท หนูก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย จนไปถึงถังขยะที่ไม่มีฝาปิด หรือมีเศษอาหารตกหล่น ก็เป็นแหล่งอาหารชั้นดีของหนู
และเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ หนูก็ต้องการน้ำในการดำรงชีวิต แหล่งน้ำในบ้านที่อาจดึงดูดหนูได้แก่ น้ำที่หกในครัว ห้องน้ำ หรือตามพื้น และภาชนะใส่น้ำ เช่น ถ้วยน้ำ ชามใส่น้ำของสัตว์เลี้ยง หากวางทิ้งไว้ หนูก็สามารถเข้ามาดื่มกินได้ไปจนถึงท่อประปาที่รั่วซึม ก็สามารถดึงดูดหนูเข้ามาได้เช่นกัน
ทั้งนี้ หนูต้องการที่พักอาศัยที่ปลอดภัย อบอุ่น และสามารถซ่อนตัวจากศัตรูได้ บ้านของเรามีจุดที่เหมาะสมกับการสร้างรังของหนูมากมาย เช่น มุมอับใต้ซิงค์ หลังตู้ ใต้เฟอร์นิเจอร์ ตู้เสื้อผ้า ยิ่งในช่วงฤดูฝน อากาศภายนอกบ้านจะเย็นและชื้น หนูจึงมักหาที่อบอุ่นและแห้งกว่า ซึ่งบ้านของเราก็เป็นตัวเลือกที่ดี
การเลือกเส้นทางเข้า-ออกบ้าน ก็เป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมหนู ที่แสดงถึงความฉลาดและความสามารถในการเอาตัวรอดของพวกมัน หนูมักจะเลือกเส้นทางที่ปลอดภัย เข้าถึงง่าย และใกล้กับแหล่งอาหาร ซึ่งเส้นทางยอดฮิตที่หนูใช้เข้า-ออกบ้าน เราลิสต์มาให้แล้ว ดังนี้
รอยแตกเล็ก ๆ บนผนัง พื้น หรือขอบประตูหน้าต่าง แม้จะดูเล็กน้อยในสายตาเรา แต่ก็เพียงพอสำหรับให้หนูตัวเล็ก ๆ ลอดผ่านเข้ามาได้
รูต่าง ๆ ที่เกิดจากการเจาะ การก่อสร้าง หรือการชำรุด เช่น รูบนกำแพง รูท่อน้ำ รูระบายอากาศ
ร่องตามขอบผนัง ขอบวงกบ ขอบท่อ เป็นเส้นทางที่หนูใช้เดิน ปีนป่าย และซ่อนตัวได้อย่างดี
ท่อระบายน้ำที่ไม่มีตะแกรงปิด หรือตะแกรงชำรุด หนูสามารถปีนขึ้นมาตามท่อ และเข้ามาในบ้านทางท่อระบายน้ำในห้องครัว ห้องน้ำ หรือพื้นที่ซักล้างได้
หนูสามารถปีนขึ้นไปบนฝ้าเพดาน และเข้ามาในบ้านทางช่องว่าง รอยแตก หรือรูบนฝ้า
หนูสามารถปีนขึ้นไปบนหลังคา และเข้ามาในบ้านทางช่องว่าง รอยแตก หรือรูบนหลังคา เช่น รอยต่อกระเบื้อง
นอกจากนี้ หนูจะสำรวจเส้นทางต่าง ๆ รอบ ๆ บ้าน เพื่อหาเส้นทางที่ปลอดภัย เข้าถึงง่าย และใกล้แหล่งอาหาร และตัวหนูมีความจำที่ดี สามารถจดจำเส้นทางที่เคยใช้ และกลับมาใช้เส้นทางเดิมซ้ำ ๆ ได้ อย่าลืมว่ามันสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี หากเส้นทางเดิมถูกปิดกั้น หนูก็จะหาเส้นทางใหม่ ๆ เข้าไป
เวลาออกหากินของหนู ก็เป็นพฤติกรรมสำคัญที่สะท้อนถึงสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของพวกมัน หนูมักจะเลือกช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดในการออกหาอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงในการเผชิญหน้ากับศัตรู โดยทั่วไป หนูเป็นสัตว์หากินกลางคืน (Nocturnal) ชอบออกหากินในช่วงพลบค่ำ จนถึงรุ่งเช้า โดยเฉพาะช่วงหัวค่ำ (ประมาณ 18.00 - 20.00 น.) และช่วงก่อนรุ่งสาง (ประมาณ 04.00 - 06.00 น.) เป็นช่วงเวลาที่หนูจะออกหาอาหารอย่างแข็งขัน
แล้วเคยสงสัยไหมว่า ทำไมหนูถึงชอบออกหากินตอนกลางคืน? เพราะการออกหากินในเวลากลางคืน ช่วยให้หนูหลบเลี่ยงศัตรูตามธรรมชาติ เช่น แมว งู ซึ่งสัตว์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะออกหากินในเวลากลางวัน การออกหากินในเวลากลางคืนจึงช่วยให้หนูหลบเลี่ยงการถูกจับกินได้ อีกทั้งอุณหภูมิในตอนกลางคืนจะเย็นกว่ากลางวัน เหมาะสมกับการออกหากินของหนูมากกว่า เพราะหนูเป็นสัตว์เลือดอุ่น ต้องการรักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่ ทั้งนี้ ในตอนกลางคืน ผู้คนและสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่อยู่ในบ้าน ทำให้หนูรู้สึกปลอดภัย และมีอิสระในการออกหาอาหาร โดยไม่ถูกจับหรือถูกรบกวน
แต่ก็ดังที่เราเคยเกริ่นไปก่อนหน้านี้ไว้แล้วว่า หนูก็สามารถปรับตัวได้ ถึงแม้หนูจะชอบออกหากินตอนกลางคืนเป็นหลัก แต่หนูก็สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ เช่น หากินในตอนกลางวัน ถ้าหากอาหารไม่เพียงพอในตอนกลางคืน หนูอาจจำเป็นต้องออกหาอาหารในตอนกลางวัน หรือมีแหล่งอาหารที่ปลอดภัยและเข้าถึงง่ายในตอนกลางวัน เช่น ในบ้านที่ไม่มีคนอยู่ หนูก็อาจเปลี่ยนมาหากินในตอนกลางวัน และถ้าบ้านไหนมีประชากรหนูหนาแน่น การแข่งขันในการหาอาหารจะสูงขึ้น หนูบางตัวอาจจำเป็นต้องออกหากินในตอนกลางวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการแย่งอาหาร
ถึงแม้หนูจะมีขนาดตัวเล็ก แต่ความเสียหายที่มันก่อ ไม่เล็กตามตัวเลย ทั้งกัดแทะข้าวของ สร้างความรำคาญ แถมยังพาโรคมาแพร่เชื้ออีก บอกเลยว่า "กันไว้ดีกว่าแก้" และแทนที่จะมานั่งไล่จับหนูทีหลัง เรามาป้องกันไม่ให้หนูเข้ามาในบ้านตั้งแต่แรกดีกว่า เหมือนกับการปิดประตูต้อนรับ ไม่ให้หนูเข้ามาก่อกวน บ้านก็จะสะอาด ปลอดภัย ไร้กังวล ในหัวข้อนี้ เราจะมาดูกันว่า มีวิธีป้องกันหนูแบบไหนบ้าง ที่ทำได้ง่าย ๆ แต่ได้ผลจริง
หนึ่งในวิธีป้องกันหนูที่ได้ผลดีที่สุด คือ "การอุดช่องป้องกัน" เพราะหนูสามารถลอดผ่านช่องเล็ก ๆ ได้อย่างง่ายดาย แม้แต่รูที่มีขนาดเพียงเหรียญบาท หนูก็สามารถบีบตัวเข้ามาได้ ดังนั้น การอุดรอยแตกหรือรูรั่วตามจุดต่าง ๆ ภายในบ้าน จึงเป็นเหมือนการปิดทางเข้า ตัดตอนไม่ให้หนูเข้ามาในบ้านได้ตั้งแต่แรก
ดังนั้น ควรตรวจสอบรอบ ๆ บ้าน ทั้งภายในและภายนอก โดยให้ความสำคัญกับบริเวณที่หนูมักใช้เป็นเส้นทางเข้าออก เช่น ผนัง รอยแตก รอยร้าว รู พื้น ขอบประตูหน้าต่าง ท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ ท่อสายไฟ ฝ้าเพดาน หลังคา เป็นต้ัน จากนั้นก็เลือกวัสดุปิดรอยแตกหรือรูนั้น เลือกวัสดุที่เหมาะสมกับขนาดและตำแหน่งของรูรั่ว เช่น ปูนซีเมนต์ เหมาะสำหรับอุดรูรั่วขนาดใหญ่ รอยแตก รอยร้าว บนผนัง พื้น หรือจะใช้ปูนยาแนว เหมาะสำหรับอุดรูรั่วขนาดเล็ก ร่อง ตามขอบกระเบื้อง
เมื่อทำตามข้างต้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทำความสะอาดบริเวณรูรั่ว จากนั้น ใช้วัสดุที่เลือก อุดรูรั่วให้แน่นหนา เรียบร้อย เป็นอันว่าเสร็จสิ้น
อย่างที่รู้กันดีว่า หนูเข้ามาในบ้านเพราะต้องการหาอาหาร ดังนั้น การจัดเก็บอาหาร และเก็บกวาดเศษอาหารให้เรียบร้อย จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญที่จะช่วยป้องกันหนูได้ เพราะเมื่อหนูหาอาหารกินไม่ได้ มันก็จะไม่อยู่ในบ้านของเราอีกต่อไป
สำหรับวิธีการจัดเก็บอาหารให้มิดชิด หนูเข้าไม่ถึง อันดับแรกเลยพวกอาหารแห้ง เช่น ข้าวสาร ถั่ว เมล็ดพืช แป้ง น้ำตาล ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เช่น กล่องพลาสติก และอาหารสด เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ควรเก็บในตู้เย็น เราแนะนำให้ห่อด้วยพลาสติก Wrap ก่อนเก็บในตู้เย็น เพื่อป้องกันกลิ่นอาหาร
ทั้งนี้ ควรเก็บกวาดเศษอาหาร ไม่ให้เหลือเป็นอาหารหนู และหลังปรุงอาหาร หรือรับประทานอาหารเสร็จ ควรทำความสะอาดครัวทันที เช็ดคราบอาหาร เศษอาหาร ที่หกเลอะเทอะ กวาดเศษอาหารบนพื้น ไปจนถึงล้างจาน ชาม และอุปกรณ์ทำครัว ให้สะอาด
อีกเรื่องที่คนมักมองข้ามนั่นก็คือการใช้ถังขยะ เราแนะนำให้เลือกใช้ถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด ทิ้งขยะเป็นประจำอย่าทิ้งขยะค้างคืน เท่านี้ก็ป้องกันหนูได้แล้ว
"ความสะอาด" เป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันหนูเพราะบ้านที่สะอาด หมายถึงแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของหนูลดลง เมื่อหนูไม่มีที่ซ่อนตัว และหาอาหารกินไม่ได้ มันก็จะไม่อยากเข้ามาในบ้านของเรา เพราะการทำความสะอาดบ้าน ช่วยกำจัดเศษอาหาร คราบอาหาร ที่ตกหล่น ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของหนู ทั้งกลิ่นอาหาร กลิ่นขยะ เป็นตัวดึงดูดหนู การทำความสะอาด ช่วยลดกลิ่นเหล่านี้ ทำให้หนูไม่สนใจ ทั้งนี้ หนูชอบอาศัยอยู่ในที่สกปรก รก มุมอับ การทำความสะอาดบ้าน ช่วยกำจัดแหล่งที่อยู่อาศัยของหนู
เมื่อพูดถึงหนู หลายคนคงนึกถึงความสกปรก ความเสียหาย และโรคภัยต่าง ๆ เพราะเจ้าสัตว์ตัวเล็กพวกนี้เป็นมากกว่าแค่ "แขกไม่ได้รับเชิญ" แต่เป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่เราต้องกำจัดให้หมดไป แต่การกำจัดหนู ไม่ใช่แค่ไล่ให้หนี แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคนในบ้านด้วย โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก สัตว์เลี้ยง หรือผู้สูงอายุ ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ในหัวข้อนี้ เราจะพาไปสำรวจวิธีกำจัดหนูแบบต่าง ๆ ที่ได้ผลจริง และปลอดภัยต่อทุกคนในบ้าน ไล่หนูให้สิ้นซาก คืนความสงบสุขให้บ้านคุณ
การใช้สารเคมีเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลในการกำจัดหนู แต่ต้องเลือกใช้ชนิดที่ปลอดภัย และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินความเสี่ยง และเลือกวิธีการใช้ที่เหมาะสม
ข้อดีของมัน แน่นอนว่าสารเคมีออกฤทธิ์เร็ว สามารถกำจัดหนูได้ในระยะเวลาอันสั้น และสามารถแทรกซึมเข้าไปในจุดที่หนูอาศัย ซ่อนตัว ซึ่งวิธีอื่น ๆ อาจเข้าถึงได้ยาก ช่วยลดจำนวนหนูได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าหากใช้ไม่ถูกวิธี อาจเป็นอันตรายต่อคน สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น รบกวน รวมไปถึงการใช้สารเคมีชนิดเดิมซ้ำ ๆ อาจทำให้หนูเกิดการดื้อยา
สารเคมีกำจัดหนูมีที่ใช้ในปัจจุบัน เป็นสารเคมีชนิดออกฤทธิ์ช้า (Anticoagulant Rodenticides) โดยเราใช้เป็น Second-generation anticoaggulant ประเภทออกฤทธิ์ช้าที่มีการพัฒนาขึ้นมาเพื่อหนูที่ต้านทานต่อ warfarin สารกลุ่มนี้มีความเป็นพิษสูงกว่าสารกําจัดหนูกลุ่มออกฤทธิ์ช้าในกลุ่มแรก และเป็นสารพิษที่หนูกินครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะออกฤทธิ์ทําให้หนูตายได้โดยหนูที่ได้รับ
สารโดยจะแสดงอาการป่วยและตายในระยะเวลาเดียวกับสารออกฤทธิ์ช้าในกลุ่มแรก ตัวอย่างของสารประเภทนี้ เช่น brodifacoum, bromadiolone, difenacoum, flocoumafen เป็นต้น
ความปลอดภัยในการใช้สารเคมีกําจัดหนูไม่ว่าจะเป็นชนิดออกฤทธิ์เร็ว หรือช้าหากใช้ไม่ถูกวิธีอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ดังนั้นก่อนใช้จึงควรศึกษาถึงวิธีการใช้วิธีเก็บรักษาคําเตือน รวมถึงวิธีแก้พิษเบื้องต้นบนฉลากให้เข้าใจ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดความปลอดภัย และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ปัจจุบัน มีการพัฒนาสารออกฤทธิ์เพื่อกำจัดหนู ได้แก่ โคเลแคลซิเฟอรอล (cholecalciferol) ซึ่งเป็น Vitamin D3 ซึ่ง เป็นสารธรรมชาติที่พบในสัตว์ทุกชนิด ถูกสังเคราะห์ขึ้นในผิวหนังของสัตว์ ทำให้หนูเกิดภาวะความเข้มข้นของแคลเซียมในเลือดสูง (hypercalcemia) หนูจะหยุดกินอาหารทันทีภายใน 24 ชั่วโมง หลังการกิน และตายภายใน 2-7
การใช้เครื่องมือดักหนู เป็นวิธีกำจัดหนูแบบคลาสสิก ที่ยังคงได้รับความนิยม เพราะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน และสามารถนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ แถมยังปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง (ถ้าเลือกใช้แบบที่เหมาะสม)
สำหรับเครื่องมือดักหนูยอดนิยม เราลิสต์มาให้แล้ว
เป็นเครื่องมือดักหนูแบบดั้งเดิม ที่ใช้งานง่าย กระบวนการคือขั้นแรกให้ใส่เหยื่อล่อ เช่น เนยถั่ว เบคอน ผลไม้ ลงในกรง วางกรงในบริเวณที่หนูชอบเดินผ่าน ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง สามารถนำหนูไปปล่อยได้ แต่ก็อาจจับหนูได้ช้า และถึงปล่อยไปหนูก็อาจกลับมาได้อีกครั้ง
เป็นแผ่นกาวที่มีความเหนียวสูง หนูที่วิ่งผ่านจะติดกับดัก วางแผ่นกาวในบริเวณที่หนูชอบเดินผ่าน ใช้งานง่าย ราคาถูก แต่หนูอาจตายอย่างทรมาน และตัวกาวจะติดสัตว์เลี้ยงได้
เป็นกับดักที่ใช้ไฟฟ้าช็อตหนู ขั้นแรกจะใส่เหยื่อล่อ วางกับดักในบริเวณที่หนูชอบเดินผ่าน เมื่อหนูเข้าไปในกับดัก วงจรจะทำงาน ช็อตหนูตายทันที แน่นอนว่ากำจัดหนูได้รวดเร็ว แต่อันตรายมาก ๆ ต้องระวังเด็กและสัตว์เลี้ยง
เป็นกับดักที่ใช้ถังน้ำ ไม้กระดาน และเหยื่อล่อ ทำได้ด้วยการวางไม้กระดานพาดกับถังน้ำ ใส่เหยื่อล่อที่ปลายไม้กระดาน เมื่อหนูเดินไปกินเหยื่อ ไม้กระดานจะพลิก หนูจะตกลงไปในถังน้ำ ประหยัด ทำเองได้ แต่หนูอาจหนีออกมาได้
บางครั้ง ปัญหาหนูก็หนักหนาสาหัสเกินกว่าจะรับมือเอง ไม่ว่าจะลองวิธีไหน เจ้าหนูก็ยังคงวนเวียนสร้างความปั่นป่วน แบบนี้ต้องพึ่งพามืออาชีพแล้ว เนื่องจากว่าการใช้บริการกำจัดหนูจากผู้เชี่ยวชาญ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณต้องการความเชี่ยวชาญ บริษัทกำจัดหนู เช่น Rentokil มีทีมผู้เชี่ยวชาญ ที่มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับพฤติกรรมของหนู และเทคนิคการกำจัดหนู เราเลือกใช้ สารเคมี หรือ วิธีการ ที่เหมาะสม และปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องเสียเวลา ลองผิดลองถูก แค่ติดต่อ ผู้เชี่ยวชาญจะเข้ามาดำเนินการให้ และผู้เชี่ยวชาญจะช่วยวิเคราะห์ และแก้ปัญหาหนูที่ต้นเหตุ เพื่อป้องกันหนูกลับมาอีก Rentokil เป็นบริษัทกำจัดแมลงและสัตว์รบกวนชั้นนำระดับโลก มีประสบการณ์ยาวนาน และทีมงานมืออาชีพ พร้อมให้บริการกำจัดหนู อย่างครบวงจร
การกำจัดหนูเป็นเรื่องที่หลายบ้านต้องพบเจอ แต่รู้ไหมว่าความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการกำจัดหนู อาจทำให้เราเสียเวลา เสียเงิน แถมยังไม่ได้ผลอีกต่างหาก บางคนใช้วิธีแบบผิด ๆ จนหนูยิ่งชุกชุม บางคนก็ใจดีเกินไป จนหนูได้ใจ กลับมาสร้างปัญหาไม่จบไม่สิ้น
หลายคนอาจเคยได้ยิน หรือเคยลองใช้วิธีกำจัดหนูแบบแปลก ๆ ที่บอกต่อกันมา แต่รู้หรือไม่ว่า บางวิธีไม่ได้ผลจริง แถมยังอาจทำให้ปัญหาหนูแย่ลงกว่าเดิม มาดูกันว่า มีวิธีกำจัดหนูแบบไหนบ้าง ที่ "ไม่ได้ผล" อย่างที่คิด
หลายคนเชื่อว่า กลิ่นของลูกเหม็นจะช่วยไล่หนูได้ แต่ความจริงแล้ว กลิ่นของลูกเหม็นไม่ได้รุนแรงพอที่จะไล่หนูได้ หนูอาจจะแค่หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีลูกเหม็นในช่วงแรก แต่เมื่อคุ้นเคยกับกลิ่น ก็จะกลับมาอีก
บางคนบอกว่า การโรยพริกไทย จะทำให้หนูแสบจมูก จนหนีไป แต่ในความเป็นจริง พริกไทยไม่ได้มีผลต่อหนูมากนัก หนูอาจจะแค่จาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนูหนีไป
การบูร มีกลิ่นหอม ช่วยดับกลิ่น แต่ไม่ได้มีฤทธิ์ไล่หนู
แม้ว่ากลิ่นของน้ำมันก๊าดจะรุนแรง แต่ก็เป็นอันตราย และอาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้
บางคนเชื่อว่า การเปิดเพลงเสียงดัง หรือใช้เครื่องไล่หนูแบบอัลตราโซนิก จะช่วยไล่หนูได้ แต่หนูสามารถปรับตัวให้ชินกับเสียงได้
แมวเป็นศัตรูตามธรรมชาติของหนู แต่ไม่ได้หมายความว่า การเลี้ยงแมวจะช่วยกำจัดหนูได้เสมอไป แมวบางตัวอาจจะไม่สนใจจับหนู
การกำจัดหนูเป็นเรื่องจำเป็น แต่ต้องทำอย่างถูกวิธี เพราะการกำจัดหนูผิดวิธี อาจนำมาซึ่งอันตรายต่อสุขภาพ และความปลอดภัยของคนในบ้านได้ เพราะสารเคมีกำจัดหนูหลายชนิด มีส่วนผสมของสารพิษ หากสัมผัส สูดดม หรือกลืนกิน อาจทำให้เกิดอาการ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย วิงเวียนศีรษะ หายใจลำบาก ชัก ทั้งสารเคมีอาจปนเปื้อนในอาหาร น้ำดื่ม หรือสิ่งของเครื่องใช้ เป็นอันตรายต่อเด็กและสัตว์เลี้ย ที่อาจเผลอสัมผัส หรือ กลืนกินสารเคมี
แม้จะกำจัดหนูไปได้แล้ว แต่ก็อย่านิ่งนอนใจไปเพราะหนูสามารถกลับมาเยี่ยมเยือนบ้านของคุณได้อีก หากยังมีช่องทาง และสิ่งดึงดูดใจพวกมันอยู่ ดังนั้น การป้องกันการกลับมาของหนู จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจอย่างต่อเนื่อง
บำรุงรักษาบ้าน ให้สะอาด ปลอดภัย ไร้หนูอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบบ้านเป็นประจำ สกัดหนูตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะการป้องกัน ย่อมดีกว่าการแก้ไข เพียงแค่หมั่นดูแลบ้าน และตรวจสอบเป็นประจำ คุณก็สามารถบอกลาหนูตัวร้าย และอยู่อาศัยในบ้านที่สะอาด ปลอดภัย ไร้กังวลใจ ได้อย่างยั่งยืน