ผู้เชี่ยวชาญกำจัดตัวเรือด
หากคุณพบปัญหาตัวเรือดระบาดในพื้นที่ อย่าลังเลที่จะติดต่อเร็นโทคิล เราพร้อมบริการคุณทั่วไทย
การได้แพ็กกระเป๋าออกเดินทางไปพักผ่อนคือรางวัลชีวิตชั้นยอด แต่คุณคงไม่อยากได้ของฝาก ที่มีชีวิตและชอบดูดเลือดกลับมาด้วยแน่ ๆ ปัจจุบันปัญหาตัวเรือดระบาดตามเมืองท่องเที่ยวทั่วโลกได้กลายเป็นฝันร้ายของนักเดินทาง เพราะพวกมันคือสุดยอดนักพรางตัวที่พร้อมเกาะติดกระเป๋าเดินทางของคุณกลับมาแพร่พันธุ์ต่อที่บ้านแบบไม่ทันตั้งตัว
เพื่อไม่ให้ทริปในฝันต้องจบลงด้วยความสยองขวัญ บทความนี้เราจะมาแชร์ วิธีป้องกันตัวเรือด แบบหมดเปลือก โดยเฉพาะทริค ป้องกันตัวเรือดเวลาเดินทาง เพื่อเซฟพื้นที่ส่วนตัวของคุณให้ปลอดภัยตลอดทริป พร้อมแนะแนวทาง กำจัดตัวเรือด แบบมืออาชีพ หากคุณเผลอพลาดท่าพกแวมไพร์ตัวจิ๋วพวกนี้กลับมาด้วย
หลายคนอาจจะสงสัยว่า ในกระเป๋าเดินทางของเราก็มีแค่เสื้อผ้าเครื่องใช้ ไม่ได้มีเศษขนมหรืออาหารหล่นอยู่ แล้วทำไมตัวเรือดถึงชอบแอบไต่เข้าไปซุกซ่อนตัวนัก
ในมุมมองของนักกีฏวิทยา ตัวเรือดได้รับฉายาว่าเป็น "สุดยอดนักโบกรถ (Hitchhikers)" เพราะพวกมันไม่มีปีกและกระโดดไม่ได้ การจะย้ายถิ่นฐานจึงต้องอาศัยการ "เกาะติด" ไปกับสิ่งของต่าง ๆ แต่สาเหตุที่กระเป๋าเดินทางของคุณตกเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งนั้น เป็นเพราะสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดที่น่าทึ่งของพวกมัน
รู้ความลับข้อนี้แล้ว จะเห็นได้เลยครับว่าแค่เสื้อผ้าใช้แล้วธรรมดา ๆ ก็กลายเป็นเหยื่อล่อชั้นดีได้
เมื่อรู้แล้วว่ากระเป๋าเดินทางของเราคือเป้าหมายหลัก ทันทีที่คุณก้าวเท้าเข้าห้องพัก อย่าเพิ่งรีบทิ้งตัวลงนอนหรือรื้อของจนกระจุยกระจายครับ ขอให้ท่องกฎเหล็ก 2 ข้อนี้ไว้ให้ขึ้นใจ เพราะนี่คือ วิธีป้องกันตัวเรือดเวลาเดินทาง ที่นักเดินทางระดับโปรใช้เซฟตัวเอง
สัญชาตญาณแรกของหลายคนเวลาเข้าห้องพักคือการโยนกระเป๋าขึ้นไปเปิดเกะกะบนเตียง หยุดเลยครับ! เพราะเตียงนอนคือรังหลักของพวกมัน การทำแบบนั้นเท่ากับคุณกำลังเปิดประตูรับพวกมันเข้ากระเป๋าโดยตรง
แนะนำให้วางกระเป๋าบนชั้นวางกระเป๋า ที่เป็นโครงโลหะ เพราะตัวเรือดเกลียดและไต่บนโลหะลื่น ๆ ได้ยากกว่าไม้หรือผ้า แต่ถ้าระแวงจัด ๆ หรือเช็กแล้วห้องดูไม่น่าไว้ใจ จุดที่ปลอดภัยที่สุดในการวางกระเป๋าก็คือห้องน้ำครับ เพราะพื้นกระเบื้องที่เย็นและลื่นคือสิ่งที่ตัวเรือดเกลียดที่สุด แถมยังไม่มีซอกหลืบหรือเส้นใยผ้าให้พวกมันซ่อนตัวได้เลย
อย่างที่เราทราบกันไปแล้วว่า กลิ่นเหงื่อบนเสื้อผ้าคือแม่เหล็กดึงดูดตัวเรือดชั้นดี ดังนั้นเมื่อคุณถอดเสื้อผ้าที่ใส่แล้ว ห้ามโยนสุมกองไว้ในกระเป๋าหรือพาดไว้ตามเก้าอี้เด็ดขาด
ให้เตรียมถุงพลาสติกสูญญากาศ หรือถุงซิปล็อกขนาดใหญ่ติดกระเป๋าไปด้วยเสมอ เมื่อใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วให้จับใส่ถุงแล้วซีลปิดปากถุงให้สนิททันที นี่คือ วิธีป้องกันตัวเรือด ที่ช่วยสกัดกั้นการแพร่กระจายได้ดีที่สุด เพราะมันจะเป็นการ "ตัดกลิ่นเหงื่อ" ไม่ให้เล็ดลอดออกไปดึงดูดพวกมัน และถึงแม้จะมีตัวเรือดหลงติดมากับเสื้อผ้า มันก็จะไม่สามารถเดินเพ่นพ่านไปติดสัมภาระชิ้นอื่น ๆ ในกระเป๋าของคุณได้
ถึงแม้จะจบทริปและเดินทางกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว แต่ภารกิจของเรายังไม่จบครับ สิ่งที่อันตรายที่สุดคือการลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปเปิดแผ่หลาในห้องนอนทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ระเบิดเวลาทำงาน ขอให้คุณจัดการกับสัมภาระด้วย 3 สเตปเคลียร์กระเป๋าฉบับผู้เชี่ยวชาญดังนี้
เมื่อต้องไปนอนแปลกที่หรือเริ่มเกิดอาการระแวง นักเดินทางหลายคนมักจะงัดไม้ตายแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเปิดไฟสว่างจ้าทิ้งไว้ทั้งคืน เพราะมีความเชื่อที่บอกต่อ ๆ กันมาว่า ตัวเรือดเป็นสัตว์กลางคืนที่กลัวแสงสว่าง ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ขอเบรกและหักล้างตรงนี้เลยครับว่า เป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์
จริงอยู่ที่โดยพฤติกรรมตามธรรมชาติแล้ว ตัวเรือดจะเกลียดแสงสว่าง ชอบความมืด และมักหลบซ่อนตัวในเวลากลางวัน แต่จงจำไว้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มันหิว ต่อให้คุณเปิดไฟในห้องจนสว่างจ้าแค่ไหน สัญชาตญาณความหิวก็จะสั่งให้มันเดินหน้าฝ่าแสงไฟออกมาดูดเลือดคุณบนเตียงอยู่ดี
แล้วมันรู้ได้อย่างไรว่าเรานอนอยู่ตรงไหน? ความจริงก็คือ สิ่งที่ดึงดูดและนำทางตัวเรือดให้พุ่งเป้ามาหาคุณ ไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่มืดหรือสว่าง แต่มันคือไอความร้อนจากร่างกาย และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)ที่คุณหายใจออกมาต่างหาก ทันทีที่คุณทิ้งตัวลงนอน เรดาร์ของมันจะจับสัญญาณความร้อนและไต่ตามกลิ่นลมหายใจมาหาคุณอย่างแม่นยำราวกับล็อกเป้าหมายไว้แล้ว
สรุปสั้น ๆ ก็คือ การเปิดไฟนอนไม่ได้เป็นวิธีป้องกันที่ช่วยให้คุณรอดพ้นจากรอยกัดได้เลยครับ สิ่งเดียวที่คุณจะได้จากการทำแบบนี้คือ อาการนอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ และตื่นมาพร้อมกับตุ่มแดงที่คันคะเยออยู่ดี
หากคุณพยายามป้องกันอย่างเต็มที่แล้ว แต่สุดท้ายก็ยังพลาดท่ามีตัวเรือดหลุดรอดเข้ามาในบ้านได้ สิ่งแรกที่ผู้เชี่ยวชาญอยากขอเตือน คือ อย่าซื้อสเปรย์กระป๋องมาฉีดพ่นเองเด็ดขาด การใช้สารเคมีไล่แมลงทั่วไปฉีดลงบนที่นอน ไม่สามารถจัดการตัวเรือดทั้งหมดได้ แถมยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยที่ทำให้ตัวเรือดเกิดอาการตื่นตระหนก และเกิดภาวะกระจายตัวหนี พวกมันจะพากันอพยพหนีตาย มุดลงไปซ่อนตามรอยแตกของกำแพง ช่องปลั๊กไฟ หรือลุกลามไปยังห้องข้างเคียง แถมไข่ของตัวเรือดยังทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี รอวันที่จะกลายเป็นตัวอ่อนต่อไป ซึ่งจะทำให้ปัญหายิ่งบานปลายและจัดการยากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
หยุดสร้างระเบิดเวลา แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญจาก Rentokil เข้ามาดูแล ด้วยนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อจัดการและ กำจัดตัวเรือด โดยเฉพาะ
อุ่นใจขั้นสุดด้วยการเลือกใช้ โปรแกรมกำจัดตัวเรือด จากเร็นโทคิล (Rentokil Bed Bugs Packages) ที่มาพร้อมกับการติดตามผลและรับประกันผลงานสูงสุดถึง 14 วัน เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าปัญหาจะถูกจัดการอย่างเด็ดขาดและตรงจุดที่สุด
หากคุณพบสัญญาณหรือร่องรอยของแวมไพร์จิ๋วหลังกลับจากการเดินทาง อย่าเสี่ยงแก้ปัญหาเองจนลุกลาม ให้ผู้เชี่ยวชาญจากเร็นโทคิล ช่วย กำจัดตัวเรือด คืนความสะอาดและสวัสดิภาพการนอนหลับให้คุณอย่างปลอดภัย