ผู้เชี่ยวชาญกำจัดสัตว์รบกวน
หากคุณพบปัญหาสัตว์รบกวนระบาดในพื้นที่ อย่าลังเลที่จะติดต่อเร็นโทคิล เราพร้อมบริการและปกป้องคุณจากอันตรายของสัตว์ที่ไม่ได้รับเชิญ
เหมาะสำหรับติดตั้งบริเวณพื้นที่ด้านหน้าร้าน เน้นความสวยงาม เช่น คาเฟ่, บาร์, ร้านอาหาร, โรงแรม (พื้นที่ต้อนรับ)
เหมาะสำหรับติดตั้งบริเวณพื้นที่ด้านหน้าร้าน เน้นความสวยงาม เช่น คาเฟ่, บาร์, ร้านอาหาร, โรงแรม (พื้นที่ต้อนรับ)
เหมาะสำหรับติดตั้งภายในพื้นที่รับประทานอาหาร, ร้านอาหาร, ห้องครัว, ร้านอาหารขนาดใหญ่, โรงแรม รีสอร์ท, อุตสาหกรรมอาหาร, ขนส่ง, คลังสินค้า, โรงพยาบาล หรือ สถานเสริมความงาม
เหมาะสำหรับติดตั้งภายใน ครัวขนาดใหญ่, อุตสาหกรรมอาหาร, อุตสาหกรรมยา หรือ อุตสาหกรรมทั่วไป
ปัญหาแมลงวันระบาดนั้นเป็นเรื่องใหญ่สำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร อาจสร้างหายนะให้กับธุรกิจได้
แมลงวันนั้นมีอยู่ประมาณ 120,000 สายพันธุ์ทั่วโลก บางชนิดก็หากินอย่างอิสระ บางชนิดก็เป็นตัวเบียดในมนุษย์และสัตว์ โดยมี 4 สายพันธุ์ที่มักพบในประเทศไทยหลัก ๆ ได้แก่ แมลงวันบ้าน แมลงหวี่ผลไม้ แมลงวันหัวเขียว แมลงวันคอกสัตว์ เพียงแค่นี้ก็เพียงพอที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพต่อพนักงาน ลูกค้า จากการแพร่กระจายโรคและการปนเปื้อนเชื้อโรคในสินค้าแล้ว
วงจรชีวิตแมลงวันนั้นค่อนข้างสั้น พวกมันจึงเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว โดยแมลงวันบางชนิดใช้เวลาเพียง 7 วันในการเจริญเติยโตจากไข่ไปจนถึงตัวเต็มวัย ซึ่งหากพบระบาดในธุรกิจแล้วคงไม่ต้องอธิบายว่าสิ่งนี้อาจทำให้เกิดความวุ่นวายมากมายสำหรับธุรกิจแค่ไหน
การป้องกันย่อมดีกว่าแก้ไข ทุกวันนี้ ผู้คนเริ่มตระหนักเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมที่มุ่งเน้นไปที่ความยั่งยืน เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดแสดงให้เห็นว่าคน Gen Z ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าคนรุ่นอื่น ๆ ความยั่งยืนยังคงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคเลือก โดย 32% นั้นเลือกปรับวิธีชีวิตให้ไปในทางเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้น
ในความเป็นจริง คนกลุ่ม Gen Z นั้นเปิดรับพฤติกรรมที่ยั่งยืนมากกว่ากลุ่มอื่นๆ โดย 45% นั้นหยุดซื้อสินค้าหรือบริการจากบางแบรนด์ เนื่องจากมีข้อกังวลด้านจริยธรรมหรือความยั่งยืน ตั้งแต่การลดการใช้บรรจุภัณฑ์ไปจนถึงความชัดเจนในการจัดหาผลิตภัณฑ์นั้น โดยผู้บริโภคต้องการให้แบรนด์เป็นผู้นำในการแสดงออกต่อนโยบายความยั่งยืน
การสำรวจล่าสุดของ Boston Consulting Group (BCG) พบว่าผู้คนมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการจัดการกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม และ 87% กล่าวว่าบริษัทต่างๆ ควรคำนึงถึงข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับผลิตภัณฑ์ บริการ และการดำเนินงานของตนมากกว่าในอดีต
เกือบ 40% ของคนรุ่นมิลเลนเนียลเลือกงานเพราะความยั่งยืนของบริษัท ธุรกิจของคุณจึงสามารถดึงดูดผู้บริโภคและพนักงานที่มีค่านิยมเดียวกันได้ และด้วยความที่นับวันแมลงและสัตว์รบกวนนั้นได้พัฒนาตัวเองให้มีความต้านทานกับสารฆ่าแมลงมากขึ้น ทำให้ธุรกิจต่างๆ ที่ต้องหาวิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างจากวิถีเดิมๆ แต่ยั่งยืนมากกว่าเดิม เช่น สารเคมีที่ไม่เป็นพิษ และที่สำคัญ คือ ต้องใช้แนวทางเชิงรุกและป้องกัน มากกว่ามาแก้ไขปัญหา กำจัด ลดในภายหลัง
เครื่องดักแมลงลุมเนีย (Lumnia) ของเร็นโทคิลได้รับการรับรอง HACCP สามารถตอบโจทย์ธุรกิจผลิตอาหาร รวมถึงช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเครื่องดักแมลงลุมเนียยังมอบประโยชน์เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืนของธุรกิจ ดังต่อไปนี้
1. หลอดประหยัดไฟที่สุดในตลาด หลอดไฟ LED ในเครื่องดักแมลงลุมเนียประหยัดพลังงานได้สูงสุดถึง 79% เมื่อเทียบกับหลอดฟลูออเรสเซนต์ เมื่อปรับการใช้งานให้อยู่ในโหมด Adaptive ซึ่งเป็นตัวเลือกการทำงานที่มีอยู่ในเครื่องดักแมลงวันลุมเนียทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็น Lumnia Compact, Standard และ Ultimate และยังสามารถเลือกเพิ่มหรือลดกำลังของหลอดไฟได้ โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพของเครื่องมากนัก
2. ประหยัดพลังงานได้ถึง 480,000 บาท* เครื่องดักแมลงวันลุมเนีย ช่วยธุรกิจประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้สูงสุดถึง 480,000 บาท จากการเปลี่ยนมาใช้รุ่น Lumnia Suspended แทนรุ่นลูมิโนส 4 นอกจากนี้พบว่ารุ่นอื่นๆ ในซีรี่ส์ลุมเนียก็สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้เช่นกัน ยกตัวอย่าง อาจประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้สูงสุดถึง 400,000 บาท หากเปลี่ยนจากรุ่นลูมิโนส 3 มาใช้เป็น Lumnia Standard (คิดอัตราแลกเปลี่ยน ที่ 1 ปอนด์ = 45.68 บาท)
3. ลดการสูญเสียหลอดไฟลง 75% หลอดไฟ LED ในเครื่องดักแมลงวันลุมเนียมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 4 ปี แตกต่างจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ต้องเปลี่ยนทุกปี ช่วยลดการสิ้นเปลืองหลอดไฟได้ถึง 75% และทำให้เร็นโทคิลสามารถลดการสิ้นเปลืองหลอดไฟได้มากกว่า 1.3 ล้านยูนิต เครื่องดักแมลงวันลุมเนียจึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเครื่องดักแมลงทั่วไปในตลาด นอกจากนี้ หลอดไฟ LED ที่ใช้ยังไม่มีสารปรอทหรือสารเคมีที่เป็นพิษ
4. ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน เครื่องดักแมลงวันลุมเนีย ช่วยให้ธุรกิจมีความยั่งยืนด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนถึง 62% การันตีโดย Planet mark เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นลูมิโนส (รุ่นเดิมของเร็นโทคิล) และสูงสุดถึง 79% เมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นอื่นในตลาด ในเวลาเพียงสี่ปีตามข้อมูลจากเครื่องคำนวณเทียบเท่าก๊าซเรือนกระจกของหน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม พบว่าเครื่องดักแมลงวันลุมเนียสามารถลดการปล่อย CO₂ ได้ 53,000 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับการจ่ายไฟให้บ้านมากกว่า 6,072 หลังในหนึ่งปี
เครื่องดักแมลงรุ่นลุมเนียจากเร็นโทคิล ผู้นำระดับโลกด้านการกำจัดสัตว์รบกวน เพราะเราเข้าใจดีว่าการปกป้องสุขภาพของพนักงานและลูกค้า อีกทั้งเครื่องดักแมลงยังช่วยปกป้องชื่อเสียงแบรนด์ของคุณจากปัญหาแมลงวันระบาด เรามีพนักงานบริการที่ผ่านการรับรองมากกว่า 19,000 คนทั่วโลก เรามีประสบการณ์กว้างขวางในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ
ในปี พ.ศ. 2563 เร็นโทคิล อินนิเชียล ได้รับรางวัล Queen's Award for Enterprise for Innovation จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง ซึ่งรวมถึงเครื่องดักแมลงลุมเนียด้วย - เครื่องดักแมลงที่ใช้หลอดไฟ LED เชิงพาณิชย์ชกลุ่มแรก
Planet Mark ได้ให้การรับรองว่าเครื่องดักแมลงรุ่นลุมเนียนั้นปล่อยก๊าซคาร์บอนลดลง 62% เมื่อเทียบกับเครื่องดักแมลงรุ่นลูมิโนส (รุ่นก่อนหน้าของเร็นโทคิล) ที่ใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ การรับรองนี้สำเร็จในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2562