เราปกป้องบ้านและทรัพย์สินของคนไทยจากสัตว์รบกวนมามากกว่า 36 ปี

พนักงานบริการทุกคนได้รับการอบรมและผ่านการรับรองในการกำจัดสัตว์รบกวน

นวัตกรรมการกำจัดปลวกและสัตว์รบกวนของเรามีประสิทธิภาพสูง

สายพันธุ์มด

มด เป็นแมลงในวงศ์ Formicidae จัดอยู่ในอันดับ Hymenoptera เป็นหนึ่งในแมลงสังคม (Eusocial insect) ที่ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาอาศัยกันเป็นกลุ่ม (Colony) จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบว่ามีการระบาดของมดมากกว่าหนึ่งตัวทุกครั้งไป

ในแต่ละอาณาจักรของมดจะมีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ซึ่งประกอบไปด้วย มดราชินี มดเพศผู้ มดงาน มดทหาร และมดกรรมกร

มดบางสายพันธุ์อยู่ในอาณาจักรที่มีราชินีตัวเดียว ในขณะที่อีกหลายสายพันธุ์มีมดราชินีหลายตัว ถึงแม้จะมีมดประมาณ 16 สายพันธุ์ที่รู้จักกันดี แต่เรามักพบเพียงไม่กี่สายพันธุ์ในประเทศไทย ดังนี้

มดดำ (Black House Ant)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Ochetellus

ลักษณะทางกายภาพ

  • มีสีดำเงา
  • ยาว 2.5-3 มม.
คลิกอ่านวงจรชีวิตและพฤติกรรม

วงจรชีวิต

  • ตัวอ่อนเมื่อออกจากไข่จะมีลักษณะเหมือนหนอนสีขาว ส่วนหัวเรียวเล็ก และจะถูกเลี้ยงโดยมดตัวเต็มวัย
  • ต่อมาตัวอ่อนจะกลายเป็นดักแด้สีขาวขุ่น ลักษณะคล้ายมดตัวเต็มวัย บางครั้งอาจมีเปลือกเหมือนรังไหมห่อหุ้มอยู่
  • ร่างกายของมดตัวเต็มวัยแบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ ส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง
  • ระยะเวลาตั้งแต่เป็นไข่จนโตเต็มวัยใช้เวลาตั้งแต่ 6 สัปดาห์ขึ้นไป โดยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สายพันธุ์ของมด อุณหภูมิ และความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร
  • ไข่ที่ได้รับการผสมจะกลายเป็นมดตัวเมีย ส่วนไข่ที่ไม่ได้รับการผสมจะกลายเป็นมดตัวผู้

เกี่ยวกับมดดำ

  • พฤติกรรม: มดดำถือเป็นตัวสร้างความรำคาญ แล้วยังมีพฤติกรรมคุ้ยหาอาหารในครัว กองขยะ มูลสุนัข ซึ่งอาจก่อให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรค เช่น เชื้อซาลโมเนลลา
  • ที่อยู่อาศัย: มดดำมักทำรังใต้ก้อนหิน ใต้ดิน ใต้หลังคา เสา รั้วที่ผุพัง และกระถางต้นไม้ เป็นต้น

  • แหล่งอาหาร: พวกมันต้องการอาหารที่มีรสหวานและน้ำหวานจากการขับถ่ายของเพลี้ยอ่อน (aphid)

  • ผลกระทบและอันตราย: ด้วยพฤติกรรมของมดดำมักจะคุ้ยหาอาหารตามสถานที่ที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรค อย่างเช่น อาหารในครัว กองขยะ และอุจจาระสุนัข จึงก่อให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคอย่าง เชื้อซาลโมเนลลาสู่มนุษย์ได้ในทางอ้อม

มดคันไฟ (Fire Ant)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Solenopsis spp

ลักษณะทางกายภาพ

  • มดราชินีมีขนาดยาว 5/8 นิ้ว
  • มดงานมีขนาดยาว 1/8 - 1/4 นิ้ว
  • ส่วนหัวและตัวมีสีน้ำตาลแกมทองแดง และส่วนท้องจะสีเข้มกว่าส่วนอื่น
  • ลักษณะเด่น คือ มดราชินีจะมีหนวดแยกเป็นสองส่วน
คลิกอ่านวงจรชีวิตและพฤติกรรม

วงจรชีวิต

  • หลังจากออกจากรังและผสมพันธุ์แล้ว มดราชินีจะหาบริเวณที่เหมาะสมในการวางไข่ มดราชินีจะวางไข่ได้ถึง 125 ใบในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ
  • ไข่จะฟักเป็นตัวอ่อนภายใน 8-10 วัน และอยู่ในระยะดักแด้ประมาณ 9-16 วัน
  • มดราชินีจะให้ตัวอ่อนกินของเหลวจากต่อมน้ำลายและกล้ามเนื้อปีกที่หลุดออก จนกว่ามดงานตัวแรกจะเกิดขึ้น หลังจากตัวอ่อนลอกคราบออกมาเป็นมดงาน มดราชินีก็จะกลับไปทำหน้าที่วางไข่อีกครั้ง โดยสามารถวางไข่ได้มากถึง 1,500 ใบต่อวัน มดงานจะทำหน้าที่ดูแลตัวอ่อน สร้างรัง และหาอาหาร
  • มดตัวผู้ที่ผสมพันธุ์ได้จะถูกผลิตในฤดูกาลต่อมา

เกี่ยวกับมดคันไฟ

  • พฤติกรรม: การกินอาหารมดงานประกอบด้วย ซากสัตว์ที่ตายแล้ว เช่น ซากแมลง ไส้เดือน และสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง มดงานยังทำหน้าที่เก็บน้ำหวานจากดอกไม้ อาหารรสหวาน โปรตีน และไขมันอีกด้วย

  • ที่อยู่อาศัย: รังมดอาจเป็นเนินดินสูงไม่เกิน 40 ซม. หรือตั้งอยู่ติดกับวัตถุบนดิน เช่น ท่อนไม้

  • แหล่งอาหาร: อาหารของมดงานประกอบด้วย ซากสัตว์ที่ตายแล้ว เช่น ซากแมลง ไส้เดือน และสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง มดงานยังทำหน้าที่เก็บน้ำหวานจากดอกไม้ อาหารรสหวาน โปรตีน และไขมันอีกด้วย

  • ผลกระทบและอันตราย: นอกจากจะเป็นแมลงรบกวนในบ้านเรือน มดคันไฟยังสร้างความเสียหายให้กับพืชทางการเกษตรโดยกัดกินทำลายยอดอ่อนหรือส่วนต่างๆของพืชผลทางการเกษตรบางชนิด นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องการกัดต่อยที่ที่โหดร้าย สร้างความเจ็บปวดจนเกิดตุ่มหนองภายใน 48 ชั่วโมง มันยังสามารถนำเชื้อก่อโรคอย่าง Bacillus spp., E.coli, Samonella spp., Listeria spp. และเชื้อรา ซึ่งก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารในมนุษย์ได้

มดน้ำตาล (Ghost Ant)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Tapinoma melanocephalum

ลักษณะทางกายภาพ

  • ส่วนท้องและขามีสีอ่อน/โปร่งแสง
  • ขนาดยาว 16 มม.
คลิกอ่านวงจรชีวิตและพฤติกรรม

วงจรชีวิต

  • มีการขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่องภายในอาณาจักร

เกี่ยวกับมดน้ำตาล

  • ที่อยู่อาศัย: พื้นที่ขนาดเล็ก ช่องว่างบนผนัง ในกระถางดอกไม้ ใต้วัตถุบนพื้นดิน ช่องใต้เปลือกไม้ ภายในครัวหรือในห้องน้ำ เนื่องจากพวกมันชอบพื้นที่ที่มีความชื้นสูง

  • แหล่งอาหาร: อาหาร ไขมันจากซากสัตว์ที่ตาย และของเหลวรสหวานที่ผลิตจากแมลงผลิตน้ำหวาน

  • ผลกระทบและอันตราย: สร้างความรำคาญในบ้านเรือนและชุมชน พวกมันสามารถนำพาเชื้อแบคทีเรียมาสู่มนุษย์ได้ เช่น Enterobacter cloacae และ Staphylococcus sp. ในเชิงการเกษตรพวกมันถือเป็นศัตรูพืช เนื่องจากมีส่วนช่วยแมลงศัตรูพืช (เพลี้ยแป้ง) ในการเข้าทำลายพืช

มดเหม็น (Odorous House Ant)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Tapinoma sessile

ลักษณะทางกายภาพ

  • มีสีน้ำตาล หรือ ดำ
  • ขนาดยาว 1/16 ถึง 1/8 นิ้ว
  • หนวดมี 12 ปล้องและไม่มีติ่งที่ปลายหนวด
  • มี 6 ขา
คลิกอ่านวงจรชีวิตและพฤติกรรม

วงจรชีวิต

  • ใช้เวลา 34-38 วัน ในการเติบโตเป็นตัวเต็มวัย
  • โดยปกติมีอายุอยู่ได้หลายปี

เกี่ยวกับมดเหม็น

  • ที่อยู่อาศัย: มดชนิดนี้ชอบความชื้นอาจพบรังบริเวณต้นไม้ ภายในบ้านหรือแม้กระทั่งฝาชักโครก ใน 1 อาณาจักรอาจมีมดจำนวนตั้งแต่ 100 - 10,000 ตัว

  • แหล่งอาหาร: กินอาหารในครัวเรือนเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะอาหารที่มีรสหวาน เช่น ของหวาน และผลไม้จำพวกเมล่อน และยังกินอาหารสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

  • ผลกระทบและอันตราย: เมื่อถูกกัดจะทำให้เกิดอาการคันเจ็บและคันเพียงเล็กน้อย ขณะเดินหาอาหารพวกมันจะขับของเสียที่มีกลิ่นเหม็น และทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรคสู่มนุษย์ได้

มดละเอียด (Pharaoh's Ant)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Monomorium pharaonis

มดละเอียด มดเหม็น

ลักษณะทางกายภาพ

  • มดงานมีขนาดยาว 1.5 - 2 มม. มีสีน้ำตาลแกมเหลือง และส่วนท้องสีน้ำตาล
  • ตัวผู้ยาว 3 มม. มีสีดำ และมีปีก
  • มดราชินียาว 3.5 - 6 มม. มีสีแดงเข้มและมีปีก
  • มีตาสีดำ และปลายหนวดแบ่งเป็น 2 ส่วน
คลิกอ่านวงจรชีวิตและพฤติกรรม

วงจรชีวิต

  • มีมดราชินีหลายตัวในหนึ่งอาณาจักร
  • การอพยพเพื่อสร้างอาณาจักรใหม่เกิดขึ้นช่วงใดก็ได้ของปี
  • ตัวเต็มวัยที่มีปีกแทบจะไม่บิน จึงพบเห็นพวกมันบินได้ยากมาก และปีกจะหลุดออกหลังจากผสมพันธุ์

เกี่ยวกับมดละเอียด

  • ที่อยู่อาศัย: ตั้งอยู่บริเวณโพรงในอาคารที่มีความร้อน มักพบในโรงพยาบาล ในอาณาจักรมีจำนวนมดตั้งแต่ไม่กี่ร้อยตัวไปจนถึง 300,000 ตัว พวกมันสร้างช่องทางเดินไว้เป็นอย่างดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบความร้อน มักสร้างอาณาจักรใหม่ขึ้นเมื่อรังถูกรบกวน เช่น ถูกรบกวนจากการกำจัดด้วยยาฆ่าแมลง

  • แหล่งอาหาร: กินอาหารในครัวที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ ไขมัน เลือด และแมลงที่ตายแล้ว ฯลฯ

  • ผลกระทบและอันตราย: มดชนิดนี้มีเหล็กใน แต่ไม่ปรากฏให้เห็น เมื่อถูกคุกคามพวกมันจะกัดผู้บุกรุกก่อให้เกิดอาการคันและเจ็บเพียงเล็กน้อย

มดช่างไม้ (Carpenter Ant)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Camponotus pennsylvanicus

ลักษณะทางกายภาพ

  • มดงานขนาดยาว 1/4 นิ้ว
  • มดราชินีขนาดยาว 1/2 นิ้ว
  • ส่วนมากมีสีดำ แต่ก็มีที่เป็นสีแดงดำเช่นกัน
  • มี 6 ขา
คลิกอ่านวงจรชีวิตและพฤติกรรม

วงจรชีวิต

  • ใช้เวลา 3 - 6 ปี ในการสร้างอาณาจักรขนาดใหญ่และมั่นคง
  • ตั้งแต่เป็นไข่ถึงโตเต็มวัยใช้เวลาประมาณ 6 - 12 สัปดาห์

เกี่ยวกับมดช่างไม้

  • ที่อยู่อาศัย: พบทั้งในไม้ชื้นและไม้แห้ง แต่จะชอบความชื้นมากกว่า พวกมันไม่ได้เจาะโพรงไม้เพื่อกิน แต่เพื่อสร้างรังและทางเดินหาแหล่งอาหาร  สัญญาณบ่งชี้ ได้แก่ ขี้เลื่อย ไม้เปียก หรือเสียงแปลกๆ ที่ดังมาจากผนัง

  • แหล่งอาหาร: น้ำหวานจากดอกไม้ สารคัดหลั่งจากพืช น้ำผลไม้ และซากแมลง แต่พวกมันไม่กินไม้ กรณีที่อยู่ในบ้าน พวกมันชอบวัตถุที่มีความหวาน ไขมัน และเนื้อสัตว์ พวกมันออกหาอาหารในตอนกลางคืนเป็นหลัก แต่ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนก็ออกหาอาหารในตอนกลางวันเช่นกัน

  • ผลกระทบและอันตราย: ไม่ค่อยออกมาสัมผัสกับผู้คน ถ้าพบมนุษย์จะพยายามหนี จึงไม่ค่อยพบมดชนิดนี้กัดหรือต่อยมนุษย์ แต่พวกมันอาจก่อให้เกิดความเสียหายของทรัพย์สินที่มีส่วนประกอบของไม้ หากพบการระบาดหนักและสิ่งของดังกล่าวมีความชื้นสูง

มดน้ำผึ้ง (Crazy Ant)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Paratrechina longicornis

มดน้ำผึ้ง มดฮันนี่พอต มดน้ำตาล

ลักษณะทางกายภาพ

  • มีสีน้ำตาลเข้ม
  • ขนาดยาว 2.5 – 3.3 มม.
  • มี 6 ขา
  • หนวดมี 12 ปล้องและไม่มีติ่งที่ปลายหนวด
คลิกอ่านวงจรชีวิตและพฤติกรรม

วงจรชีวิต

  • มีมดราชินีหลายตัวในหนึ่งอาณาจักร
  • ในอาณาจักรมีประชากรจำนวนมาก
  • ช่วงเย็นในวันที่อากาศชื้นและอบอุ่น มดตัวผู้จำนวนมากจะออกมารวมตัวกันอยู่นอกรังอย่างหนาแน่น

เกี่ยวกับมดน้ำผึ้ง

  • ที่อยู่อาศัย: ทำรังในสถานที่หลายรูปแบบทั้งในที่แห้งและที่ชื้น เช่น บริเวณกองขยะ โพรงไม้ ซากไม้ที่ตายแล้ว ในบางครั้งอาจพบการระบาดในรังมดชนิดอื่น เนื่องจากสามารถรุกรานที่อยู่อาศัยและเอาชนะมดสายพันธุ์อื่นได้

  • แหล่งอาหาร: กินทั้งพืช สัตว์ เมล็ดพืช สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่ตายแล้ว สารคัดหลั่งจากพืช ผลไม้ เพลี้ยแป้ง และเศษขยะจากครัวเรือน

  • ผลกระทบและอันตราย: มดสายพันธุ์นี้มีความแข็งแกร่งมาก เมื่อถูกคุกคามจะเคลื่อนตัวได้ไว พวกมันสามารถนำพาเชื้อโรคมาสู่คนได้ ในเชิงการเกษตรพวกมันถือเป็นศัตรูพืช เนื่องจากมีส่วนช่วยแมลงศัตรูพืช (เพลี้ยแป้ง) ในการเข้าทำลายพืช